บ้านดีไซน์แปลกและสีหวานนวลตาที่เราเห็นนี้ ไม่ได้เป็นบ้านเดี่ยวที่ตั้งอยู่เดียวดาย หากแต่เป็นบ้านหนึ่งในสามหลังที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยที่นี่มีจุดเริ่มต้นจากการที่กลุ่มสถาปนิกที่เป็นเพื่อนสนิทกันจำนวน 3 คน ซึ่งเคยร่วมงานออกแบบโรงแรมดาราเทวี จังหวัดเชียงใหม่มาแล้วนั้น มีไอเดียอยากสร้างบ้านส่วนตัวอยู่ในบริเวณเดียวกันในย่านหมู่บ้านเล็กๆ ชานเมืองเชียงใหม่อันเงียบสงบ เพื่อแชร์การใช้พื้นที่และอยู่อาศัยแบบพึ่งพากัน เหมือนบ้านพี่เรือนน้องแบบไทยๆ โดยภาพรวมนั้นทำให้เรารู้สึกเหมือนที่นี่เป็นชุมชนเล็กๆ ที่มีความเป็นส่วนตัวและดูอบอุ่นเป็นอย่างมาก ซึ่งคุณสุริยาหรือคุณต๋อง เจ้าของบ้านและสถาปนิกได้เล่าถึงคอนเซ็ปต์เพิ่มเติมให้เราฟังว่า 








     "เราอยากสร้างให้ที่นี่เป็นบ้านหลังที่สองเพื่อตอบโจทย์เป็นบ้านสำหรับการพักผ่อนอย่างแท้จริง ซึ่งนอกจากจะสร้างให้เป็นที่พักอาศัยแล้ว เรายังแบ่งพื้นที่อีกส่วนหนึ่งสร้างเป็นแอท สันทราย (At Sansai) บูทีกโฮเต็ลขนาดกะทัดรัดร่วมด้วย โดยเพื่อนสถาปนิกอีกคนหนึ่ง คือราเชน อินทวงศ์ เป็นผู้ดูแลอยู่ สำหรับหน้าที่ของผมนั้นเป็นคนวางคอนเซ็ปต์ออกแบบโครงสร้างที่เป็นภาพรวมทั้งหมด ซึ่งงานสถาปัตยกรรมที่เห็นนี้จะมีกลิ่นอายของบ้านเรือนแถบประเทศตะวันออกกลางผสมงานสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลสไตล์ โดยผมได้แรงบันดาลใจมาจากการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศแถบศรีลังกา อินเดีย ปากีสถานแล้วรู้สึกประทับใจมาก จึงนำไอเดียต่างๆ มาผสานรวมไว้ที่นี่ ซึ่งบ้านทุกหลังรวมถึงโรงแรมจะมีสไตล์เดียวกันอย่างกลมกลืนในโทนสีขาว-เหลืองนวลตา ส่วนเรื่องของรายละเอียดภายในบ้านแต่ละหลังจะเป็นลักษณะของต่างคนต่างตกแต่งตามสไตล์ความชอบของแต่ละคน"








    สำหรับบ้านของคุณต๋องนั้นเป็นบ้านที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างความเก่าและใหม่เข้าไว้ร่วมกันอย่างลงตัว เน้นคอนเซ็ปต์สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองตัวเองโดยเฉพาะ เพราะคุณต๋องเล่าว่าก่อนหน้านี้เคยสร้างบ้านหลังแรกที่อยู่กับคุณพ่อคุณแม่มาแล้ว แต่บางสิ่งบางอย่างก็ไม่สามารถทำตามใจเราได้ทั้งหมด และครั้งนี้ที่มีโอกาสสร้างบ้านของตัวเองจึงพยายามใส่ทุกอย่างที่ต้องการลงไป โดยฟังก์ชั่นต่างๆ ในบ้านจะกำหนดให้สอดคล้องไลฟ์สไตล์เป็นหลัก ด้วยการที่เป็นคนง่ายๆ ชอบบ้านโล่งๆ ไม่ต้องมีข้าวของมากมายตามสไตล์ของหนุ่มโสด ดังนั้น แปลนบ้านจึงเป็นบ้านชั้นเดียวแบบเปิดโล่ง ทุกห้องสามารถเดินเชื่อมถึงกันหมดโดยไม่มีประตูกั้น แต่ยังคงเป็นสัดส่วนด้วยการจัดแบ่งฟังก์ชั่นมุมใช้งานที่ชัดเจน 









     นอกจากนี้ภายในบ้านยังมีการเพิ่มลูกเล่นให้มุมใช้งานต่างๆ อาทิ โซฟา ชั้นเก็บของ หรือแม้แต่เตียงนอน ด้วยการดีไซน์ขึ้นรูปด้วยการก่อปูน ซึ่งแต่ละจุดสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างน่าสนใจ และถ้าสังเกตให้ดีบ้านหลังนี้จะมีการใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น แต่ก็ยังคงสอดแทรกข้าวของแอนทีกตามความชอบส่วนตัว เพื่อสร้างสีสันให้บ้านดูมีเรื่องราวน่าค้นหา เช่น ตู้-ชั้นวางของ หิ้งพระจากพม่า หรือบานประตูไม้แกะสลักจากปากีสถาน เป็นต้น โดยส่วนมากจะเป็นของที่ได้มาจากหลากที่หลายถิ่น โดยเฉพาะจากการท่องเที่ยว











     สำหรับความน่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งของที่นี่คือการใช้สี ซึ่งภายในบ้านจะเน้นสีขาวสะอาดตาเป็นหลักเพื่อง่ายต่อการจัดวางข้าวของเครื่องเรือนต่างๆ แต่ก็ยังคงมีผนังบางส่วนที่ใช้สีฟ้าสดใส เพื่อเบรกความเลี่ยนของสีหลัก ส่วนตัวบ้านด้านนอกมีการใช้โทนสีเหลืองนวลตาตัดกับคิ้วขอบสีขาว ซึ่งการใช้สีสันในแต่ละส่วนนั้นคุณต๋องใช้วิธีการแบบโบราณ คือการผสมผงสีลงในเนื้อปูนซีเมนต์ขาว ซึ่งสาเหตุที่ใช้วิธีนี้คือสีของตัวบ้านเปลี่ยนไปตามอายุการใช้งาน ส่วนหลังคาก็เป็นกระเบื้องปูนเช่นกัน ซึ่งถ้าผ่านไปสักปีสองปีก็จะเริ่มมีสีเข้มขึ้น ทำให้ได้อารมณ์อีกแบบหนึ่ง 








      "บ้านหลังนี้หลังจากสร้างเสร็จ ผมได้มาใช้ชีวิตอยู่บ่อยกว่าบ้านหลังแรกที่อยู่ในตัวเมืองเสียอีก ด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ มีทุ่งนาล้อมรอบ เช้าๆ อากาศจะเย็นสบาย ถ้าในช่วงหน้าหนาวจะมีหมอกลงปกคลุมไปทั่ว ซึ่งเป็นภาพบรรยากาศตอนเช้าที่ดีมาก และพอเราได้อยู่กับสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่อย่างนี้ทุกวัน มันรู้สึกดีเหมือนเราได้มาพักผ่อนจริงๆ หรือแม้แต่ถ้าจะต้องมาทำงานก็ยิ่งรู้สึกดี เพราะเป็นบรรยากาศที่ทำให้เราสามารถใช้จินตนาการคิดงานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งถือเป็นเสน่ห์ของบ้านที่ทำให้เรามีชีวิตในแบบที่เราอยากจะมีจริงๆ และทุกครั้งล้วนสร้างความสุขให้เราได้อยู่เสมอ" คุณต๋องกล่าวทิ้งท้าย