เวลาผ่านไป 27 ปี โรงแรมปาร์คนายเลิศยังคงความเรียบหรูดูดีและเป็นที่นิยมเสมอมา เหตุที่เป็นเช่นนี้เข้าใจว่ามีองค์ประกอบหลายอย่างเอื้ออำนวย เช่น สวนสวย งานตกแต่งลงตัว โดดเด่นเรื่องการบริการ สถานที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง พูดได้ว่าทางโรงแรมรักษาความเข้มข้นเรื่องคุณภาพเอาไว้ได้ดีเยี่ยม ที่สำคัญผู้บริหารโรงแรมมีนโยบายในการรีโนเวตส่วนต่างๆ อยู่เสมอ ปาร์คนายเลิศจึงไม่น่าเบื่อเมื่อได้เข้ามาสัมผัส







ล่าสุด โรงแรมปาร์คนายเลิศ แรฟเฟิลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ได้รับการปรับปรุงและตกแต่งใหม่โดยอินทีเรียดีไซเนอร์ชื่อดังคือ คาลวิน เซา (Calvin Tsao) งานดีไซน์ซึ่งเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลกโดยฝีมือคาลวิน เซา ทำให้โรงแรมปาร์คนายเลิศมีความสวยงามทันสมัยและน่าสนใจมากขึ้น







จุดที่มีการตกแต่งใหม่มีห้องโถงรับรอง (Lobby Area) ห้องพัก ห้องอาหาร และบาร์ ภายใต้แนวความคิดเน้นความเป็น Luxury ด้วยการตกแต่งแบบ Contemporary ในแต่ละส่วนที่เขาปรับปรุงล้วนเป็นงานที่น่าสนใจทั้งสิ้น ซึ่งทางนิตยสาร Life and Home เชื่อว่าจะได้นำมาเสนอในโอกาสต่อไป แต่ในคอลัมน์นี้ขอเสนอห้องพักแบบห้องชุดเป็นอันดับแรกเสียก่อน

ห้องชุด (Suit) หมายเลข 29 อยู่บนชั้น 2 ของโรงแรม พื้นที่โดยรวมแบ่งประโยชน์ใช้สอยออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นโถงรับแขกหรือส่วนพักผ่อน ส่วนที่สองเป็นห้องนอน




ภายในโถงรับแขกประกอบด้วยโซฟารูปเหลี่ยมบุนวมหนาจัดวางชิดผนังห้องด้านหนึ่ง มีเคาน์เตอร์ทีวีอยู่ฝั่งตรงข้าม โคมไฟแขวน โคมไฟตั้งโต๊ะ โต๊ะตัวกลาง และภาพประดับฝาผนังทำให้ห้องนี้ทันสมัย น่ามอง และทำให้โซฟานวมดูดีขึ้นมาก

ด้านหน้าสุดของห้อง (ติดประตูทางเข้า) ซ่อนอ่างล้างหน้ากับสุขาไว้ในซอกมุม (ซ่อนได้มิดชิดแต่มีเอกลักษณ์) ด้านหลังสุดจัดวางโต๊ะทำงาน ด้านหลังโต๊ะทำงานมีระเบียงแคบๆ ระเบียงไม่กว้างใหญ่แต่มุม Outdoor ตรงจุดนี้ช่วยให้การพักผ่อนมีทางเลือกเพิ่มขึ้น ส่วนห้องนอนอยู่ทางด้านขวา




ห้องนอน เป็นห้องกว้างพอสมควร ภายในจัดวางเตียงขนาดใหญ่ไว้กลางห้อง ทางด้านซ้ายมีมุมพักผ่อนสองมุม มุมแรกอยู่ติดประตู อีกมุมลึกเข้าไปด้านใน (ติดผนังทางหัวเตียง) หากมองผ่านๆ อาจเห็นมุมพักผ่อนทั้งสองจุดในห้องนอนนี้เป็นเพียงส่วนเอื้ออำนวยในการตกแต่งภายในมากกว่าประโยชน์อย่างอื่น แต่ถ้าเบื่อชีวิตบนเตียงผู้เขียนเห็นว่าทั้งสองมุมเกิดประโยชน์ในการพักผ่อนด้วยการจิบกาแฟไปพร้อมๆ กับเสพภาพต้นจามจุรีขนาดใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาอยู่ด้านนอก (มุมนี้อยู่ติดระเบียงต่อเนื่องมาจากห้องโถง)

เตียงนอนกว้าง มีโคมไฟบนโต๊ะหัวเตียงขนาบข้าง ปลายเตียงจัดวางสิ่งอำนวยความสะดวกพวกเครื่องเสียง ทีวี ตู้เย็น ทางด้านขวาจัดวางตู้เสื้อผ้าชิดผนัง ด้านหลังผนังคือห้องน้ำที่กว้างขวางพอประมาณ


โทนสีโดยรวมใช้สีเทา ขาว น้ำตาล เป็นหลัก การเลือกสีขาวก่อประโยชน์ต่อการมอง คือห้องโล่ง โปร่ง สบาย สีเทาให้ความรู้สึกลึกลงไปในมิติที่เงียบสงบ ส่วนเฟอร์นิเจอร์ใช้สีหลากหลายมากขึ้น รูปแบบทันสมัยมากขึ้น เข้าใจว่ามัณฑนากรไม่อยากให้ห้องนี้เรียบจนเกินไป (ภาพรวมของการตกแต่งผสมผสานระหว่าง Contemporary กับ Modern)

ต้องยอมรับกันตรงๆ ว่าการดีไซน์ห้องให้เรียบหรูดูสบายตาตามสไตล์ Contemporary แบบนี้ ผู้เขียนชอบเป็นการส่วนตัว ชอบเพราะเป็น Contemporary Style ที่สะอาดสะอ้าน ทันสมัย ไม่รกจนเลอะเทอะ ไม่มากจนเกินงาม ผู้ออกแบบทิ้งสเปซให้เกิดพื้นที่ว่าง ส่งเสริมให้ห้วงอารมณ์หลุดพ้นจากบรรยากาศที่อึดอัด เหมาะกับการพักอาศัย ห้องเรียบๆ แต่ดูดีห้องนี้พาเราเข้าไปซึมซับความสุขในการพักผ่อนได้อย่างแท้จริง


สิ่งที่ต้องกล่าวถึงอีกอย่างหนึ่ง คือภาพประดับฝาผนังเหนือโซฟาในห้องโถง ภาพในกรอบกระจกใสเรียงรายจากด้านหนึ่งมาถึงด้านหนึ่ง แรกทีเดียวผู้เขียนเข้าใจว่าเป็นงาน Abstract เพราะสีฉูดฉาด ภาพที่ปรากฏเป็นลายเส้นสีลากยาวตามแนวดิ่ง งานลักษณะนี้น่าจะผ่านกระบวนการกรองความคิดจึงจะผลิต ทว่าสุดท้ายไปอ่านชื่อศิลปิน ปรากฏว่าคนเขียนไม่ใช่คนแต่เป็นช้างพังที่ชื่อพระธิดา (ช้างแสนรู้ตัวหนึ่งจากปางช้างห้างฉัตร จ.ลำปาง) ไม่น่าเชื่อว่าภาพช้างเขียนกับห้องคนนอนจะไปกันได้ดีถึงเพียงนี้

สรุปว่าห้องชุดของโรงแรมปาร์คนายเลิศ แรฟเฟิลส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ที่เราเข้าไปสัมผัสเป็นห้องชุดที่มีดีไซน์เรียบง่ายแฝงความหรูหราไว้ในนวลเนื้อได้เนียนสนิท องค์ประกอบภายในอื่น เช่น เฟอร์นิเจอร์และของประดับตกแต่งในห้องเลือกและจัดวางได้ลงตัว นับเป็นห้องพักที่น่านอน เป็นห้องนอนที่น่าพัก เป็นห้องพักที่มีการออกแบบในลักษณะ Modern Contemporary ได้ลงตัวมากที่สุดแห่งหนึ่งครับ