การนั่งรถมานานกว่า 8 ชั่วโมงจนถึงแดนอีสานเมืองอุดรธานีคราวนี้ นอกจากจะได้บ้านสวยๆกลับไปฝากกันแล้ว เรายังพอมีเวลาช่วงเย็นๆเดินเที่ยวเล่นในเมือง ที่นี่เป็นเมืองค่อนข้างใหญ่ที่ดูเป็นระเบียบ มีสวนสาธารณะและหนองประจักษ์บึงน้ำใหญ่อยู่กลางเมือง มีศูนย์ราชการและชุมชนอยู่รอบๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นตึกแถวและบ้านพักอาศัย 2 – 3 ชั้น อย่างเมืองในต่างจังหวัดทั่วไป มีแหล่งเดินช๊อปปิ้งและร้านอาหารที่เรียกกันว่า “ เซ็นเตอร์พอยท์ “ ที่ดูคึกคักน่าเดิน  และอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบ้านของ คุณโก้ – แสวง สถิตย์สัมพันธ์ ผู้จัดการศูนย์การค้าโบ๊เบ๊ อุดร ที่ลงมือออกแบบบ้านในสไตล์ลอล์ฟแบบที่เขาชอบด้วยตัวเอง โดยมีคุณวิทยา ราชัน เพื่อนที่เป็นวิศวกรดูแลโครงสร้างให้ 


     “ ผมอยากมีบ้านสักหลังที่ออกแบบเองทั้งหมดในทุกรายละเอียด แต่ก็ไม่ได้เรียนสถาปัตย์มา จึงให้ลูกพี่ลูกน้องที่เป็นสถาปนิกและเพื่อนที่เป็นวิศวกรเป็นที่ปรึกษา โดยคิดเริ่มต้นว่าเราต้องการบ้านแบบสไตล์ลอล์ฟแบบดิบๆที่ใช้เหล็ก ปูนเปลือยและอิฐ อย่างที่เคยเห็นตอนไปเรียนที่สหรัฐอเมริกา จึงเริ่มออกแบบจากรูปทรงกล่องสี่เหลี่ยมง่ายๆ 2 ชั้นครึ่ง เปิดพื้นที่โล่งดูต่อเนื่องกันทั้งหลังโดยไม่มีผนังกั้น แบ่งพื้นที่ด้วยการเล่นระดับ โชคดีที่พอจะเขียนแบบเป็นบ้างเพราะเรียนทางด้านวิศวกรโรงงาน จึงออกแบบทุกอย่างได้ตามที่ต้องการ ” 

 


      ภายนอกตัวบ้านดูเหมือนปิดทึบ แต่พอเข้ามาภายในกลับรู้สึกโล่งสบาย เพราะทำฝ้าเพดานสูงแล้เปิดหลังบ้านให้โล่ง ด้วยการทำผนังกระจกใสให้ต่อเนื่องกับสนามหญ้าหลังบ้าน พื้นที่ชั้นล่างเป็นส่วนเอนกประสงค์ ส่วนนั่งเล่น และส่วนเตรียมอาหาร ชั้นลอยใช้เป็นส่วนทำงาน และชั้นสองเป็นห้องนอน 1 ห้องและเตรียมพื้นที่ไว้เผื่อกั้นได้อีก 1 ห้องนอนสำหรับครอบครัวในอนาคต
  “ ผมใช้เวลาสร้างบ้านนานหน่อยประมาณหนึ่งปีครึ่ง เพราะบ้านสไตล์นี้เน้นการโชว์วัสดุและความเรียบง่าย ถ้าทำแล้วยังไม่สวยถูกใจก็ทุบใหม่ บางอย่างเราเรียนรู้เทคนิกการก่อสร้างไปพร้อมกับผู้รับเหมา อย่างผนังขัดมันที่เห็นเป็นรอยฉาบสวยๆ ก็ต้องลองผิดลองถูกด้วยกันจนได้อย่างที่เห็นเพราะช่างที่นี่ไม่คุ้นเคยกัน รวมทั้งการทำผนังปูนเซาะร่องแล้วเจาะรูเป็นจังหวะ พอเจาะรูแล้วปูนแตกดูไม่เรียบร้อยจึงทำแผ่นสเตนเลสมาครอบ เป็นการตกแต่งไปในตัว  “


     “ ตั้งใจคุมสีทั้งบ้านให้อยู่ในโทน ดำ เทา แล้วตกแต่งด้วยสีแดงบางส่วน โดยใช้วัสดุที่มีสีและลวดลายในตัวเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงการใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ทำจากหนังสีดำ สเตนเลสและกระจก ซึ่งเข้ากับสีเทาของคอนกรีตอย่างดี บางชิ้นก็ออกแบบเอง อย่างโต๊ะทำงาน โต๊ะกลาง ก็ให้ช่างสเตนเลสประกอบเป็นโครงแบบง่ายๆ ที่ดูโปร่งและใช้งานสะดวก “
     “ แรกๆหลายคนก็ทักว่า บ้านที่ดูแห้งๆแข็งๆแบบนี้จะอยู่สบายเหรอ อาจเป็นเพราะเป็นแบบบ้านที่ไม่คุ้นเคยและแตกต่างจากบ้านแถวนี้มาก บางคนก็คิดว่าเป็นสำนักงาน แต่ทุกรายละเอียดเกิดจากความชอบของตัวเราที่ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร และบ้านก็อยู่สบาย ดูแลรักษาง่ายเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง “


   
แม้การเริ่มต้นจากศูนย์อย่างการสร้างบ้านหลังนี้จะไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งการคิดและทำให้แตกต่างจากความคุ้นเคยของคนแวดล้อมแล้ว ยิ่งต้องหนักแน่นและชัดเจนมากขึ้น เพราะบ้านคือสิ่งที่สะท้อนตัวตนเจ้าของบ้านได้เสมอ แต่ก็ต้องย้อนกลับมาดูว่าเราเองมีตัวตนที่ชัดเจนแค่ไหน
 

 

  <<DETAILS

A. สร้างลวดลายผนังสไตล์ญี่ปุ่น ด้วยการทำผนังซีเมนต์ขัดมันเซาะร่องกว้าง 1 เซนติเมตรเป็นลายตาราง ด้วยการฝังเส้นพีวีซีหรือไม้ขณะฉาบแล้วดึงออก จากนั้นใช้สว่างเจาะรูแล้วตกแต่งเพิ่มเติมด้วยวงแหวนสเตนเลสที่สั่งทำขึ้น ซึ่งผนังรูปแบบนี้มีที่มาจากผสมผสานลักษณะผนังกระดาษของบ้านญี่ปุ่นกับงานคอนกรีตเปลือยของ Tadao Ando สถาปนิกชาวญี่ปุ่น เป็นลวดลายที่เกิดจากขนาดและการยึดของไม้แบบในการหล่อคอนกรีตเปลือย
B. ทำที่วางของง่ายๆ ด้วยการใช้โครงเหล็กขนาด 30 x 50 เซนติเมตรวางบนขั้นบันไดและยึดด้านหนึ่งไว้กับผนัง สามารถวางของอย่างเครื่องเสียงได้โดยไม่เปลืองพื้นที่ ส่วนร่องของผนังอิฐยังใช้เป็นที่วางซีดีได้อีกด้วย
C. ทำที่วางของข้างโต๊ะทำงาน ด้วยการเว้นช่องว่างข้างโต๊ะบิวท์อินที่ทำติดผนังไว้สัก 20 เซนติเมตร ก็ใช้วางของอย่าง กระเป๋าโน๊ตบุ๊ค หนังสือ และโคมไฟได้โดยไม่เกะกะบนโต๊ะ