ทางออกง่ายๆ คือ เพิ่มพื้นที่ใช้สอย โดยสร้างอาคารใหม่ เช่าพื้นที่เพิ่ม
หรือวางแผนออกแบบตกแต่งพื้นที่ให้เหมาะสม และเพียงพอต่อการขยายตัว
ซึ่งมีค่าใช้จ่ายต้องลงทุนเพิ่ม ขณะเดียวกันการสร้างอาคารใหม่
มักจบลงที่ใช้อาคารใหม่เป็นหลัก ทิ้งอาคารเก่าให้รกร้าง
ทำให้สิ้นเปลืองหรือใช้ทรัพยากรไม่คุ้มค่า
กระแสลดต้นทุน เพิ่มผลกำไร และการใช้
ประโยชน์ทรัพยากรขององค์กรอย่างคุ้มค่า
ทำให้หลายฝ่ายหันมาให้ความสนใจกับทรัพยากรที่มีอยู่
โดยเฉพาะอาคารหรือพื้นที่สำนักงาน
โดยเน้นใช้พื้นที่ทุกส่วนให้เกิดประโยชน์สูงสุด
และปรับปรุงให้ใช้งานอย่างเหมาะสม
การจัดพื้นที่ทำงานแบบใหม่โดยใช้พื้นที่ร่วมกัน
หรือจัดสรรพื้นที่ใช้งานแบบไม่กำหนดเจ้าของ (hoteling)
เป็นการปรับปรุงการใช้พื้นที่ในรูปแบบใหม่ที่มีประสิทธิภาพ
เสียค่าใช้จ่ายน้อย แต่ตอบสนองการขยายตัว และแก้ปัญหาดังกล่าวได้
ลด พท.ส่วนตัว เพิ่ม พท.ส่วนกลาง
แนวคิดการใช้พื้นที่สำนักงานให้คุ้มค่าและเกิดประสิทธิภาพสูงสุด
เริ่มจากการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการจัดพื้นที่ใช้สอยภายใน
โดยมุ่งลดพื้นที่ส่วนตัว แทนที่ด้วยพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อการทำงานร่วมกัน
โดยกำหนดตารางเวลาการใช้งาน และมีการจองอย่างเป็นระบบ
hoteling เป็นกลยุทธ์การจัดพื้นที่ทำงานรูปแบบใหม่
ในที่นี้จะแนะนำรูปแบบการจัดพื้นที่เพื่อการทำงานร่วมกันในแบบโรงแรม
ซึ่งผลัดกันใช้งานพื้นที่เดียว ลดขนาดพื้นที่ที่มากเกินจำเป็น
และปรับปรุงพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
เนื่องจากเป็นกลยุทธ์ที่ตอบรับความต้องการขององค์กร
และจัดการกับปัญหาด้านพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม
เลียนแบบการจัดการโรงแรม
hoteling คือรูปแบบการทำงานที่เลียนแบบการจัดการของโรงแรม
โดยเปรียบสำนักงานเป็นเสมือนโรงแรม ประกอบด้วยพื้นที่ทำงาน โต๊ะทำงาน
และอุปกรณ์ที่จำเป็น พนักงานเปรียบเสมือนลูกค้าโรงแรม
มีการจัดการการใช้เหมือนการเข้าพักในโรงแรม คือ มีการจองล่วงหน้า
กำหนดช่วงเวลาใช้งานตามความต้องการของ พนักงานแต่ละคนอย่างชัดเจน
มีระบบจัดการและตรวจสอบเวลาเข้าออก (check-in/check-out)
ห้องของโรงแรมคือส่วนทำงาน
และจัดเตรียมพื้นที่ทำงานเป็นส่วนกลางแบบไม่มีเจ้าของในจำนวนที่เพียงพอต่อความต้องการ
มีสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม พร้อมอุปกรณ์สำนักงาน และการบริการที่จำเป็น
เตรียมไว้อย่างครบครัน
จัดพื้นที่สำนักงาน 2 รูปแบบ
การจัดพื้นที่แบบใหม่มี 2 รูปแบบหลัก คือ
กลุ่มบุคคลที่ใช้เวลาทำงานนอกสถานที่เป็น ส่วนใหญ่
เข้าสำนักงานเป็นครั้งคราว โต๊ะทำงานส่วนตัวใช้งานค่อนข้างน้อย
และช่วงเวลาสั้นๆ กลุ่มที่ 2 เน้นการทำงานเป็นทีม ประกอบด้วย
ผู้ร่วมงานหลายสาขาวิชา ทั้งพนักงานประจำ ผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ
ซึ่งมักไม่ใช่พนักงานประจำ การทำงานอาศัยการพบปะเป็นครั้งคราว
พื้นที่ทำงานที่ต้องการเป็นการใช้พื้นที่ร่วมกันเป็นหลัก
มีพื้นที่ทำงานส่วนตัวเป็นเพียงส่วนประกอบรอง
อุปกรณ์-ระบบต้องพร้อม
การจัดพื้นที่ สามารถจัดพื้นที่การทำงานแบบผสม
คือจัดพื้นที่ทำงานเดิมภายในองค์กรร่วมกับการจัดพื้นที่แบบ hoteling
หรือประยุกต์ใช้พื้นที่เพื่อการทำงานแบบ hoteling เพียงอย่างเดียว
ในบางแผนกที่พนักงานทำงานนอกสถานที่เป็นหลัก
ซึ่งขึ้นอยู่กับการยอมรับของบุคลากร วัฒนธรรมองค์กร และนโยบายของผู้บริหาร
การจัดพื้นที่ทำงานภายในส่วน hoteling จะเป็นการจัดพื้นที่ทำงานทั่วไป
คือมีพื้นที่เพียงพอต่อการปฏิบัติงานต่อคน
จะไม่มอบพื้นที่ให้ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นเจ้าของ มีจำนวนพื้นที่
และปริมาณโต๊ะทำงานที่เหมาะสม
มาจากการศึกษาช่วงเวลาทำงานหลักของบุคลากรในองค์กรโดยรวม
ภายในส่วนทำงานมีการจัดเตรียมอุปกรณ์สำนักงาน สภาพแวดล้อม และระบบประกอบ
อาคารอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น ระบบแสงสว่าง ระบบปรับอากาศ เทคโนโลยีที่จำเป็น
ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบการติดต่อสื่อสารและเทคโนโลยีสารสนเทศ
ให้มีความพร้อม และคุณภาพดีเท่าเทียม หรือดีกว่ากับพื้นที่ทำงานรูปแบบเดิม
ต้องจัดการ 4 ระบบหลัก
- ระบบการจองใช้งานล่วงหน้า
มีตารางเวลาระบุช่วงเวลาการใช้งานพื้นที่ของบุคลากรแต่ละกลุ่ม
หรือแต่ละคนอย่างชัดเจน
และทุกคนสามารถเห็นความเคลื่อนไหวของการจองพื้นที่ตลอดเวลา
- ระบบรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง เนื่องจาก hoteling
อาจมีการใช้งานพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง
จึงควรมีระบบรักษาความปลอดภัยที่รัดกุมเพียงพอ
เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทั้งส่วนรวมและส่วนตัว
- ระบบการจัดการเกี่ยวกับการดูแลรักษาอาคาร พื้นที่ ระบบประกอบอาคาร
ระบบการซ่อมบำรุงเครื่องมือและอุปกรณ์สำนักงาน ให้เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
โดยจัดทำแผนการซ่อมบำรุงแยกเป็นส่วนๆ อย่างเหมาะสม และ
จัดทำแผนให้สามารถเปิดใช้พื้นที่ ระบบประกอบอาคาร
และอุปกรณ์สำนักงานบางส่วนได้ตามปกติ ขณะมีการซ่อมบำรุง
- ระบบการให้ความช่วยเหลือทางเทคนิค (help desk)
โดยจัดพนักงานผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิคและ/หรือเทคโนโลยีสารสนเทศประจำ
เพื่ออำนวยความสะดวก และให้คำปรึกษากับบุคลากรผู้มาใช้พื้นที่
hoteling ช่วยแก้ปัญหา-ลดต้นทุน
hoteling สามารถช่วยแก้ปัญหาขององค์กรในด้านทรัพยากรกายภาพ
และการใช้พื้นที่ มุ่งเน้นการจัดการการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
ลดพื้นที่ที่มากเกินความจำเป็น ช่วยแก้ปัญหาการขยายตัวขององค์กร
ซึ่งมักต้องการพื้นที่เพิ่มเติมและประสบปัญหาการมีพื้นที่ไม่เพียงพอ
และแก้ปัญหาด้านค่าใช้จ่าย ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายจากการสร้างอาคารใหม่
หรือเช่าพื้นที่เพิ่มเติม ลดค่าใช้จ่ายด้านการบริการ
การบำรุงรักษาพื้นที่ที่มากเกินความจำเป็น
ต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลง
โดยสรุป hoteling ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่อาคาร ดังนี้
- ลดค่าใช้จ่ายระยะยาว เนื่องจากประหยัดพื้นที่ใช้งาน ลดภาระด้านการดูแลรักษาอาคาร และประหยัดค่าใช้จ่ายในการสร้างอาคารใหม่
- ใช้อาคารให้เกิดประโยชน์สูงสุด อีกทั้งพัฒนาสภาพแวดล้อมขององค์กรให้ดีขึ้นเหมาะสมกับรูปแบบการทำงาน
- พัฒนาสภาพแวดล้อมและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร
- สร้างความพึงพอใจให้แก่บุคลากรขององค์กร จากสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม
สามารถใช้งานพื้นที่อย่างอิสระ เลือกเวลาเข้าทำงานได้ตามต้องการ
ส่งผลทางอ้อมต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
แม้ hoteling จะมีข้อดีมากมาย
แต่ความสำเร็จจำต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคลากรภายในองค์กรเป็นหลัก
ทั้งในแง่ความมีวินัย ตรงต่อเวลา ความซื่อสัตย์
และความทุ่มเทต่องานการสื่อสาร และทำความเข้าใจระหว่างองค์กรกับบุคลากร
ถึงการเปลี่ยนแปลงสู่รูปแบบการทำงานแบบใหม่
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงส่งผลกระทบต่อบุคลากรโดยตรง
หากบุคลากรผู้ปฏิบัติไม่มีความรู้ความเข้าใจ
อาจเกิดการต่อต้านไม่เห็นด้วยกับรูปแบบและการเปลี่ยนแปลง
ซึ่งอาจจะส่งผลในทางตรงข้าม

บ้านสไตล์บอฮอทรอปิคอลที่มีวิวและกว่างงาม
สองแบบบ้านสไตล์โบฮีเมืองร้อนที่มีสระว่ายน้ำ แผนผังการใช้แสงที่อบอุ่น เปิดให้เห็นภายในด้วยหอบเหวี่ยง อุปกรณ์ตกแต่งธรรมชาติและการแต่งห้องที่สวย...












