
ริมหน้าต่างวางกระถางเป็นสามระดับลดหลั่นกัน ใช้ต้นสนเป็นต้นเด่น
ระดับต่อมาเป็นดอกแพงพวยเพิ่มสีสันดึงดูดสายตา และใช้ไม้เลื้อยอย่างไอวี่
ช่วยลดทอนความแข็งของเส้นกรอบบานหน้าต่าง
1. กระถาง...วางก็ได้ แขวนก็ดี

กระถางต้นไม้บนบันไดทางเดินช่วยเพิ่มสีสันและนำสายตาไปสู่ประตูบ้าน

กระถางดอกไม้ข้างบ้านช่วยลดความดิบและสูงทึบของผนังไม้สีเข้ม
กระถางสารพัดแบบวางได้สารพัดที่ มีขนาดทั้งเล็กและใหญ่ให้เลือกตามใจชอบ
จะนำไปจัดวางตามมุมเล็กๆอย่างบนบันไดทางเดิน หรือชานพักหน้าต่าง
ก็ช่วยเพิ่มมุมมองและสีสันให้พื้นที่นั้นๆได้ สำหรับการเลือกกระถางนั้นไม่มีหลัก
ตายตัว แต่ถ้าใช้ภายในบ้านอาจเลือกวัสดุที่มีรายละเอียดและสวยงาม
เช่น เซรามิค แก้ว ส่วนนอกบ้านใช้วัสดุปูนเปลือย หรือกระถางดินเผา ก็จะแข็งแรง
ทนแดดทนฝนดีกว่า
2. พุ่มห้อย...ลอยละล่อง

จัดสวนก็คล้ายๆกับการจัดพื้นที่ภายใน ใช้ไม้แขวนแทนแชนเดอเลียร์
ใช้กระถางเป็นเฟอร์นิเจอร์ เสริมด้วยงานศิลปะเข้าไปคุมโทนสีของพื้นและผนัง
ให้เข้ากันสักนิด เท่านี้ก็ได้ห้องเล็กๆนอกบ้านแล้ว
(สถานที่ : ร้าน KOLAN ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 1 จังหวัดเชียงใหม่)
อีกไอเดียที่น่าสนใจก็คือการแขวนต้นไม้บนระแนงหลังคาหรือกันสาดริมระเบียง
เลือกฟอร์มของไม้ที่มีเส้นสายสวยงาม นอกจากนี้อาจนำหลักการตกแต่งภายใน
แบบง่ายๆมาปรับใช้ก็ยังได้ โดยจัดวางองค์ประกอบให้มีจุดเด่น จุดรอง เช่น
เลือกวางรูปปั้นเป็นจุดเด่น ใช้ไม้คลุมดินอย่างอาซาเลียวางเพิ่มเป็นสีสันบนพื้น
จากนั้นใช้ไม้ทรงสูง เช่น เฟินกีบแรดฟิลิปปินส์ เฟินเขากวางใบตั้ง และสร้อยนางกรอง
ห้อยต่ำลงมาให้อยู่ในระดับกลาง ส่วนระดับสูงสุดขององค์ประกอบใช้เฟินหางสิงห์
ที่มีใบห้อยลงมาเป็นกลุ่ม เพื่อให้เกิดระยะนำสายตา ดึงความสนใจเข้าไปสู่สวนเล็กๆ
3. เล็กๆแต่มีลวดลาย

สวนแคบหนึ่งสวน แต่ถ้าใช้ทางเดินแบ่งให้เป็นมุมเล็กๆ3-4 มุม สวนก็จะมีเรื่องราว
พอๆกับสวนขนาดใหญ่ได้เลย (สถานที่ : ร้าน KOLAN ถนนนิมมานเหมินท์ ซอย 1 จังหวัดเชียงใหม่)
แม้พื้นที่จะมีขนาดเล็กแต่เราสามารถเพิ่มความน่าสนใจให้มุมเล็กๆนี้ได้ด้วยการปู
วัสดุปูพื้นที่เล่นลวดลายต่างกัน บางส่วนใช้เส้นโค้งมาช่วยลดทอนขอบมุม
หรืออาจใช้รูปทรงฟรีฟอร์มในส่วนที่ต้องการแบ่งสัดส่วนวางต้นไม้ นอกจากนี้
การใช้วัสดุปูพื้นที่มีผิวสัมผัสต่างกัน ยังทำให้พื้นที่เล็กๆนี้มีลูกเล่นไม่น่าเบื่อ
และช่วยให้พื้นที่ดูกว้างขึ้นด้วย
4. ศิลปะบนผนังและกระถางต้นไม้

คนเมืองหลายคนมีเวลาชมสวนกันหลังหกโมงเย็น การใส่ไฟจึงเป็นเรื่องสำคัญพอๆ
กับการเลือกต้นไม้ สวนแคบๆหลังบ้าน ถ้าได้แสงไฟส่องอย่างมีสไตล์ก็น่าดูดีเหมือนกัน
ถ้าเบื่อการทาสีบนผนังแบบเดิมๆหรือการประดับรูปแก้เขินบนผนังว่างๆ
ลองเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการนำกระถางใบเล็กมาติดบนผนังแทน
นอกจากจะดูแปลกตาแล้ว ยังสามารถใช้แทนงานศิลปะติดผนังได้ด้วย
ถ้าผนังที่ว่าอยู่ภายในบ้าน ควรเลือกมุมที่สามารถรับแสงได้ในยามกลางวัน
สำหรับพรรณไม้นั้นอาจใช้ไม้ในตระกูลสับปะรดสี เช่น ทิลแอนเซีย ไม้รากอากาศ
ซึ่งทนแดดได้ดี ส่วนบนผนังติดไฟดาวน์ไลท์เพื่อเน้นกระถางต้นไม้ให้เด่นขึ้น
ซึ่งแสงและเงาที่ตกกระทบบนผนังก็จะช่วยเปลี่ยนอารมณ์ให้ห้องได้เป็นอย่างดี
5. นั่งเล่นข้างรั้ว

กำแพงรั้วแบนๆน่าสนใจไม่พอ ลองก่อกำแพงเตี้ยที่ใช้นั่งได้เพิ่มไปอีกแนว
จากนั้นก็ปลูกต้นไม้ไว้ตรงกลางระหว่างกำแพงทั้งสอง
ให้คุณได้ใกล้ชิดธรรมชาติอย่างเต็มที่ เพียงแค่ทำที่นั่งเพิ่มเข้าไปในส่วนริมกำแพงบ้าน
และใช้พื้นที่มุมนี้แบบ 3 in 1 ทั้งได้ยินเสียงน้ำจากน้ำตก ได้ชมไม้ดอกสีสด
และยังเป็นที่นั่งสบายๆ โดยเลือกใช้วัสดุที่ดูกลมกลืนให้ความรู้สึกสบายตา
แต่ถ้าต้องการให้เกิดเป็นจุดเด่น ลองใช้วัสดุที่แตกต่าง เช่น ใช้ไม้หรือปูนสลับกับอิฐมอญ
วางเบาะนุ่มน่านั่งเพิ่มอีกนิด เป็นการเพิ่มประโยชน์ใช้สอยให้มุมเล็กๆนี้ไม่ถูกลืม
6. ผนังต้นไม้...สบายตา

ต้นไม้ที่เหมาะกับการปลูกบนผนังคือ ไม้ในกลุ่มไม้พุ่มคลุมดิน เช่น เศรษฐีเรือนใน
ริปซาลิส พรมญี่ปุ่น เฟินกนกนารี และเปปเปอร์โรเมียด่าง โดยด้านบนทำเป็นระแนง
หลังคาแบบเปิดรับแสง (สถานที่ : โรงแรมรายาวดี จังหวัดกระบี่)
ถ้าอยากได้ธรรมชาติก็ยกธรรมชาติเข้ามาไว้ในบ้านเสียเลย อาจใช้ผนังด้านหนึ่ง
ในห้องน้ำนอกบ้านแทนพื้นดินสำหรับปลูกต้นไม้ โดยใช้โครงเหล็กติดตะแกรงพลาสติก
ด้านหลังอัดใยปาล์มหรือใยมะพร้าวให้แน่น แล้วเจาะช่องให้ต้นไม้ออกมาได้
เมื่อต้นไม้โตก็คลุมดินกลายเป็นสวนแนวตั้ง ช่วยเปลี่ยนรูปแบบผนังเดิมๆได้ด้วย
7. ห้องกระจก...เชื่อมในและนอกบ้าน

ห้องนั่งเล่นในบ้านที่ต่อเติมเป็นห้องกระจกตกแต่งภายในด้วยไม้ฟอร์มในกระถาง
อย่างกระบองเพชร ลิ้นมังกร หรือวาสนา หาไม้ใบละเอียดเล็ก จะเป็นกล้วยไม้
เฟิน หรือเศรษฐีไซ่ง่อน ปลูกเป็นไม้แขวน เพิ่มพื้นที่ใช้สอยท่ามกลางบรรยากาศ
สีเขียว(สถานที่ : บ้านคุณน้ำเพชร วงศ์สวรรค์)












