เบื่อการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ในห้องนั่งเล่นเดิม ถ้าลองย้าย หรือสลับมุมบ้างก็น่าจะดี แต่จะทำอย่างไรยังนึกไม่ออกเลย ... ไม่ต้องกังวล เรามี4วิธีจัดห้องรับแขก ที่ทำง่าย โดนใจ และยังคงการใช้งานไว้ได้อย่างครบถ้วน
|
|
|
 |
|
A. โซฟาสีดำตัวใหญ่ที่นั่งสบาย วางหมอนอิงผ้าไหมโทนสีน้ำตาลมันวาวเข้าไป เป็นการเพิ่มมิติให้โซฟาสีเข้ม B. โต๊ะกลางท็อปกระจกสีดำเข้ากับโซฟา C. เก้าอี้สไตล์โมเดิร์นสีขาว ช่วยเพิ่มความสว่างและไม่ทำให้ห้องทึบจนเกินไป D. วางตู้ไม้จีนของเก่าสีแดงเป็นเฟอร์นิเจอร์เด่นของห้อง ผนังด้านหลังตู้เลือกใช้วีเนียร์ไม้ที่เห็นลายไม้ชัดๆ ได้บรรยากาศแบบเก่าๆ E. เจาะช่องหน้าต่างบานสูงสองด้านให้แสงลอดผ่านได้ ห้องที่ใช้สีทึบเช่นนี้ก็ดูสว่างขึ้น F. พรมสีเทาอมน้ำเงินเป็นสีกลางที่เชื่อมให้ทุกสีภายในห้องกลมกลืนกัน | |
|
|
|
 |
|
มุมนั่งเล่นของครอบครัวใกล้กับส่วนครัว สังเกตว่าเฟอร์นิเจอร์แต่ละชิ้นจะไม่ใช่สไตล์เดียวกัน แต่ที่เข้ากันได้ดีก็เพราะใช้สีขาวและสีไม้เป็นตัวเชื่อมบรรยากาศของทั้งสองพื้นที่ให้เข้ากัน | |
|
|
|
 |
|
A. ตู้เตี้ยสีขาวหน้าบานสีแดงเข้ากับงานศิลป์สีแดงบนผนัง เส้นแนวนอนนำสายตาเข้าไปในบ้านเหมือนเป็นการนำทาง B. ห้องนั่งเล่นที่ใช้โทนสีเหลืองไล่ไปโทนสีเขียว แต่ดูมีเอกภาพ ทำให้ขอบเขตชัดขึ้น แม้จะอยู่ในห้องกว้างC. สีขาวและสีของพื้นไม้เป็นเหมือนสีหลักของห้องที่เชื่อมให้ทุกสีเข้ากันได้ นอกจากนี้การปล่อยพื้นที่ด้านหน้าให้โล่ง ก็ช่วยให้ห้องดูไม่ทึบตันด้วย D. การเลือกใช้โซฟารูปตัวแอล (L)ช่วยแบ่งพื้นที่ได้อีกทางหนึ่ง โดยใช้หลักการถ่วงสมดุล เพราะเมื่อด้านใดด้านหนึ่งหนักเกินไป ก็จัดวางเก้าอี้สองตัวอีกด้านเป็นการถ่วงสมดุล E. ทางสัญจรเชื่อมไปยังส่วนอื่นๆของบ้านที่มีความกว้างประมาณ 120 เซนติเมตร ช่วยให้บ้านดูโล่ง ไม่อึดอัด เหมาะกับบ้านที่มีพื้นที่กว้าง นอกจากนี้การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ตัวใหญ่ก็ช่วยให้สมดุลกับพื้นที่ F. สีน้ำตาลอ่อนของพรมช่วยเชื่อมพื้นที่และแบ่งสัดส่วนของห้องไปในตัวด้วย เพราะสีน้ำตาลมีส่วนผสมของสีแดง เหลือง ขาว และสีไม้อยู่ในตัว | |
|
|
|
 |
|
การจัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบเข้าชุดกัน แต่เพิ่มรายละเอียดที่องค์ประกอบในการตกแต่ง เช่น หมอนและงานศิลปะบนผนัง ใช้การออกแบบแสงไฟเพื่อช่วยให้เฟอร์นิเจอร์ในห้องเด่นขึ้น เช่น ซ่อนไฟบนฝ้าเพดาน หรือวางโคมไฟตั้งพื้น ทำให้เห็นเงาที่ตกกระทบบนผนัง เกิดเป็นมิติขึ้นมา | |
|
|
|
 |
|
จัดวางเก้าอี้ Egg งานออกแบบแนวโมเดิร์นคลาสสิกที่ทั่วโลกยอมรับว่าเป็นงานศิลป์ของ Arne Jacobsen ดีไซเนอร์ชาวเดนมาร์กเป็นจุดเด่นของห้อง | |
|
|
|
 |
|
มุมนั่งเล่นในห้องแบบสตูดิโอ ที่จัดอยู่ตรงกลางห้องเพื่อดึงดูดสายตา ใช้รูปทรงสี่เหลี่ยมเป็นพื้นและใช้รูปทรงกลมเป็นตัวสร้างจุดเด่นทั้งสีสันและลวดลาย | |
|
|
|
 |
|
สังเกตว่าในห้องจะมีรูปทรงสี่เหลี่ยมเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ใช้เส้นสายจากลวดลายของพรม สีสัน และแขวนโคมไฟเพิ่มเติม เพื่อให้ห้องไม่ดูแข็งจนไม่น่านั่ง | |
ตัดใจไม่ลง (ของเก่า-ของใหม่)
วิธีการผสมผสานของเก่ากับของใหม่ไม่ยากอย่างที่คิด เพียงแค่ต้องเลือกก่อนว่าอยากให้ห้องมีบรรยากาศแบบไหน ถ้าชอบอารมณ์เก่าๆ ก็ใช้ของเก่ามากหน่อย แล้ววางเฟอร์นิเจอร์สมัยใหม่เรียบง่ายเป็นจุดเด่น แต่ถ้าอยากได้อารมณ์ของใหม่เป็นตัวนำ ให้เลือกใช้เก้าอี้หรือเฟอร์นิเจอร์เก่าแต่เก๋า เช่น มีรูปทรงที่เด่นชัดหรือใช้วัสดุที่เตะตาแต่ต่างสไตล์กัน ยกตัวอย่าง ถ้าผนังเป็นปูนเปลือยแบบดิบ ลองหาเฟอร์นิเจอร์ใหม่สีจัดจ้าและเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่ามาจัดวางร่วมกันสัก 2-3 ตัว
เดินสบาย ... ทางสะดวกด้วยขอบเขตแห่งสี
ทางเดินสัญจรภายในห้องเป็นเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ควรนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ เพราะการจัดวางแปลนที่ดีควรมีระยะการใช้งานที่คล่องตัว ไม่เกะกะจนเดินไม่ได้ และไม่กว้างเกินไปจนห้องโหรงเหรง โดยมาตรฐานแล้ว ทางเดินสัญจรภายในห้องที่เหมาะสมควรเว้นไว้ประมาณ 90-120 เซนติเมตร สามารถเดินสวนกันได้โดยไม่ชนกัน นอกจากนี้การเว้นทางสัญจรในส่วนทางเชื่อมให้มากกว่าปกติประมาณ 120 -150 เซนติเมตร เช่น โถงหน้าบ้านที่ติดกับห้องนั่งเล่น ก็ช่วยแยกการใช้งานได้ชัดเจนขึ้น โดยอาจแยกพื้นที่ด้วยวัสดุปูพื้น เช่น ไม้หรือพรม อีกทางหนึ่งที่ง่ายและชัดเจนคือสีสัน ที่ช่วยให้ห้องเป็นระเบียบและทันสมัย ถ้าเป็นสีสดอย่างคู่สีตรงข้ามก็เหมาะกับบ้านสไตล์โมเดิร์น ช่วยเพิ่มความสดชื่น หรือถ้าเป็นโทนสีใกล้เคียงกันก็เหมาะกับบ้านสไตล์คอนเทมโพรารี
วางอย่างมีศิลปะ
ใครว่าการจัดวางแบบนี้ดูโล่งและตั้งใจเกินไป เราว่าวิธีนี้สามารถดึงความเป็นศิลปินในตัวเจ้าของห้องออกมาได้เป็นอย่างดี เพราะการจัดวางแบบนี้เป็นแบบตามใจตัวเองสุดๆ ไม่ว่าจะวางโซฟากับเก้าอี้แค่ตัวเดียวในพื้นที่โล่ง นำหมอนใบใหญ่มาวางที่พื้น หรือจะวางของใช้ใกล้มือรวมกลุ่มบนโต๊ะให้ใกล้มือยิ่งกว่าเดิม เพื่อให้ใช้สอยได้สะดวกขึ้น การจัดวางสไตล์นี้ไม่มีกฎ แต่เน้นความพอดีเป็นหลัก นิยมจัดวางในห้องที่มีโทนสีเดียวหรือห้องที่ใช้โทนสีใกล้เคียงกัน แล้วแทรกสีสดบนผนัง หรือวางเก้าอี้รูปทรงเก๋ๆ ถ้าอยากได้ห้องแบบนี้ต้องทำอย่างไร เรามีวิธีง่ายๆดังนี้
* ย้ายเฟอร์นิเจอร์ออกไปบ้าง เพราะการจัดวางแบบนี้ต้องการความโล่งและเรียบร้อย จัดวางของให้เข้ากลุ่มกัน ของที่ไม่ได้ใช้ก็เก็บให้เป็นที่ ถ้าอยากโชว์เก้าอี้ตัวสวย แนะนำให้วางแค่หนึ่งตัว มิฉะนั้นจะแย่งกันเด่นและทำให้ห้องดูวุ่นวายจากสีสันที่มีมากเกินไป
* งานศิลปะสวยๆเหมาะกันดีกับห้องสไตล์นี้ เลือกงานศิลปะที่เรียบง่ายในแนวแอ๊บสแตร็คท์ จะเป็นสีเดียวกันหรือเป็นคู่สีตรงข้ามของเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการให้เป็นจุดเด่นก็ได้
ห้องสไตล์โมเดิร์นแบบนี้เปรียบได้กับงานศิลปะแบบจัดวาง จัดวางสีสันและของใช้ให้พอดีกับห้อง ไม่มากและไม่น้อยเกินไป
เหลี่ยมๆ กลมๆ ผสมผสาน
การจัดวางโดยใช้ระบบจีโอเมสทรี ( Geometry) หรือใช้รูปทรงเป็นองค์ประกอบในการจัดวาง มีหลักการง่ายๆ เพียงแค่เลือกเฟอร์นิเจอร์ทรงเหลี่ยม ไม่ว่าจะเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า สี่เหลี่ยมจัตุรัสไว้กลุ่มหนึ่ง อีกกลุ่มหนึ่งเป็นกลุ่มของเฟอร์นิเจอร์ทรงโค้ง ทั้งทรงกลมและทรงรี จากนั้นนำทั้งสองกลุ่มมาจัดวาง โดยอาจแบ่งเปอร์เซ็นต์ของเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องเป็น 70 : 30 เช่น รูปทรงสี่เหลี่ยม 70 เปอร์เซ็นต์ ให้เป็นหลัก และรูปทรงกลม 30 เปอร์เซ็นต์ เป็นตัวเสริม ควรเพิ่มของตกแต่งที่มีรูปทรงในสัดส่วนที่น้อยกว่าเพื่อความสมดุล สัดส่วนเหล่านี้ไม่ใช่หลักการตายตัว สามารถสลับได้ตามความชอบ หรือจำนวนเฟอร์นิเจอร์ที่มีอยู่ในบ้าน