คำถามที่น่าสนใจในที่นี้ก็คือ สถาปัตยกรรมที่ยึดความเรียบง่ายเป็นหลัก จะเข้ากับรสนิยมและบุคลิกที่ไม่เรียบง่ายของผู้อาศัย เช่น คุณเกรียง-เกรียงศักดิ์ จิวานันต์ นักธุรกิจอารมณ์ดีผู้รักงานศิลปะ และคุณตุ้ม - ปรีณัน นานา นักจัดนิทรรศการศิลปะวัฒนธรรมคนเก่งได้อย่างไร

ภาพแรกที่เราเห็นคืออาคารทรงสี่เหลี่ยมสีเทาหน้าตาขึงขัง แต่ห้อมล้อมด้วยความร่มเย็นของหมู่แมกไม้ใหญ่เขียวชอุ่ม เมื่อผลักบานประตูไม้เก่าๆแล้วเดินลอดผ่านซุ้มประตูแบบโบราณเข้าไป เราก็พบสวน "ฮาร์ดสเคป" สมัยใหม่ที่ใช้หินและไม้ปูสนามแทนหญ้า ประติมากรรมในสวนและเฟอร์นิเจอร์กลางแจ้งบางตัวทำจากแผ่นเหล็กขึ้นสนิม ดูโดดเด่นน่าสนใจไม่น้อย ยังไม่ทันได้เข้าไปดูข้างใน เราก็เริ่มตื่นเต้นกับบุคลิกที่คาดเดาได้ยากของบ้านหลังนี้เสียแล้ว

แม้หน้าตาภายนอกของบ้านอาจดูสุขุม แต่เมื่อเข้ามาภายใน เราเห็นงานศิลปะสวยงามทั้งเล็กและใหญ่ รวมถึงของสะสมทั้งเก่าและใหม่ที่ทำให้รู้สึกคึกคักสนุกสนาน โทนสีขาวและเทาของภายนอกที่ไม่ค่อยเรียกร้องความสนใจเท่าไรถูกดึงมาใช้เป็นสีของผนังและเพดานภายใน ซึ่งมีลวดลายของการก่อสร้างแบบเรียบง่ายสไตล์โมเดิร์นอย่างที่กล่าวมาข้างต้น ถือเป็นการ "ให้ทาง" แก่สีสันลวดลายของงานศิลปะและของตกแต่งบ้าน บางผนังในบ้านก็ประดับด้วยงานศิลปะชิ้นใหญ่ทั้งผนังจนดูเหมือนเป็น "กำแพงศิลปะ" ก็ว่าได้

"ผมได้น้องสถาปนิกที่ทำงานในบริษัทของผมมาช่วยทำแบบก่อสร้าง แต่คอนเซ็ปต์โดยรวมของบ้านไปจนถึงรายละเอียดต่างๆผมเป็นคนออกแบบทั้งหมด รวมถึงการตกแต่งบ้านหลังนี้ด้วย" คุณเกรียงกล่าวอย่างภาคภูมิใจในผลงานของตน และเมื่อไม่นานมานี้บ้านและสวนก็เคยไปเยี่ยมชมบ้าน (ก่อนจะแต่งงาน) ของคุณตุ้มและนำภาพสวยๆมาให้คุณผู้อ่านได้ดูกันแล้วในคอลัมน์ "บ้านแสนรัก" ฉบับเดือนเมษายนที่ผ่านมา บอกได้เลยว่าเธอมีสีสันและการตกแต่งที่เป็นตัวของตัวเองอยู่มากในบ้านหลังนั้น "ตุ้มยังย้ายของเข้ามาไม่หมด ขอเวลาทำความเคยชินแล้วจะค่อยๆขนสมบัติเข้ามาทีละนิด" ทันทีที่เธอบอกเราอย่างนั้น เราก็รู้เลยว่าบ้านหลังนี้ยังต้องเจอกับอะไรๆอีกมาก ที่เราเห็นในตอนนี้อาจเป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น

สีสันของงานศิลปะและเฟอร์นิเจอร์ต่างๆแสดงออกถึงบุคลิกของเจ้าของบ้าน ซึ่งเห็นได้เด่นชัดจากทุกห้อง ยิ่งเวลาผ่านไปชีวิตของเจ้าของบ้านทั้งสองคนก็จะถ่ายทอดสู่บ้านมากยิ่งขึ้น แม้สิ่งประดับประดาจะมีมาก (และจะมากขึ้นเรื่อยๆ) แต่ก็ไม่ได้ทำลายความน่าสนใจของ "สเปซ" ในบ้านสไตล์โมเดิร์นหลังนี้แม้แต่น้อย การเล่นระดับพื้นและเพดานสูงต่ำทั่วบ้านก่อให้เกิด "ห้อง" ที่ไม่ต้องมีกำแพงมาแบ่ง ลีลาและจังหวะของสเปซต่างๆในตัวบ้านก็มีเสน่ห์อยู่ในตัวอยู่แล้ว ไม่ว่าผนังจะมีรูปสวยๆประดับหรือไม่ งานก่อสร้างแบบเรียบง่ายก็มีลวดลายที่น่าสนใจเหมือนกันอย่างเช่น แนวท่อเดินสายไฟ หรือแนวขั้นบันไดที่สามารถเป็นจุดเด่นของห้องได้

ความลงตัวในจังหวะจะโคนของสถาปัตยกรรมที่เรียบง่ายและการตกแต่งที่สนุกสนาน ทำให้บ้านหลังนี้เป็นคำตอบให้กับข้อสงสัยของเรา จะเรียกบ้านพันธุ์ผสมประเภทนี้ว่า "แม็กซิมัลลิสต์" หรือ "โบฮีเมียน โมเดิร์น" หรืออะไรก็แล้วแต่ใครจะขยันตั้งคำจำกัดความกันไป แต่ที่แน่ๆคือ บ้านหลังนี้มีความเป็นตัวของตัวเอง เพราะผู้อาศัยรู้ว่าตัวเองต้องการอะไรโดยไม่ได้ยึดติดกับสไตล์ใดสไตล์หนึ่งมากเกินไป ซึ่งบางทีอาจเป็นการสร้างข้อจำกัดให้ตัวเองโดยไม่จำเป็น