โซฟาสีแดงตัวยาวเปรียบได้กับพระเอกของห้องนี้ คุณเบียร์ได้ไอเดียจากนิตยสาร เจ้าของบ้านทั้งคู่ใช้พักผ่อนเอกเขนกได้สบายและยังรับรองเพื่อนฝูงได้หลายคน ส่วนเก้าอี้สไตล์คลาสสิกสีขาวก็เป็นเหมือนนางเอก ซึ่งเพิ่มเสน่ห์ให้ห้องขนาดไม่ใหญ่ดูน่าสนใจขึ้น มีโต๊ะกล่องไฟตัวเขื่องทำจากสเตนเลสสตีล และสตูลใสสามสีของ Kartell เป็นลูกเล่นที่ทำให้เหมือนอยู่ในงานปาร์ตี้
 
บาร์เครื่องดื่มอยู่ในพื้นที่เดียวกับห้องรับประทานอาหารและโถงบันได เคาน์เตอร์บาร์ทำเป็นกล่องไฟสีขาว ช่วยเน้นความสำคัญ
 
 
ห้องรับประทานอาหารที่ต่อเนื่องจากห้องรับแขก มีช่องระหว่างผนังทั้งสองที่ไม่กว้างหรือแคบจนเกินไป ผนังไม้ด้านขวาใช้เป็นตู้ใส่โทรทัศน์ของห้องรับแขกอีกฝั่ง ขณะที่ฝั่งนี้ทำเป็นตู้ใช้ซ่อนของไม่ให้รกตา สังเกตโต๊ะอาหารขนาดหกที่นั่งสีแดง ทำจากไม้ปิดหน้าด้วยกระจกใส ส่วนขาเป็นสเตนเลสสตีลรูปทรงเรียบเท่ สำหรับเก้าอี้เป็นไอเดียของคุณเบียร์ ซึ่งต้องการเก้าอี้แบบพระราชาและพระราชินี
 
 
ผนังของห้องครัว ใช้กระจกใสแผ่นใหญ่แทนผนังทึบ ทำให้เห็นความต่อเนื่องจากห้องรับประทานอาหาร ออกแบบชั้นวางของให้โชว์ของไปในตัว โดยทำเป็นชั้นไม้เปิดโล่งตลอดแนว วางเครื่องแก้วและแจกันได้จำนวนมากทั้งยังหยิบใช้ง่าย ชั้นล่างสุดเป็นลิ้นชักหน้าบานทึบ เผื่อสำหรับเก็บของที่ไม่น่าโชว์และเครื่องใช้ชิ้นใหญ่
 
 
ห้องแต่งตัวบนชั้นสาม ขนาบข้างด้วยตู้เสื้อผ้าบิลท์อิน สร้างความน่าสนใจให้กับพื้นที่ด้วยโคมไฟขนาดใหญ่ติดผ้าและวางเดย์เบดกลางห้อง โดยเลือกใช้สีม่วง สีโปรดของเจ้าของบ้านฝ่ายหญิง
 
 
ห้องน้ำใช้สีเรียบๆและสว่างอย่างสีขาว แต่เพิ่มลูกเล่นที่การกรุกระจกเงาทั่วทั้งห้อง จึงดูไม่ธรรมดา ส่วนอาบน้ำและตำแหน่งของโถสุขภัณฑ์วางชิดด้านหนึ่ง อีกด้านเป็นตู้เตี้ยแต่ยาวสำหรับเก็บเครื่องประดับ กลางห้องเป็นตำแหน่งของเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าที่หันหน้าชนกับโต๊ะแต่งตัว ทำให้เดินได้รอบ เป็นการจัดวางผังอย่างง่ายๆ ทว่าสะดวกกับการใช้งานพร้อมกันสองคน
 

 

 

ซึ่งมีฐานะเป็นเพื่อนเก่าด้วย ให้มาช่วยต่อภาพในจินตนาการ จนสัมผัสได้จริงในที่สุด แม้ว่าหน้าที่การงานของเจ้าของบ้านทั้งคู่จะเป็นงานในสายธุรกิจ ซึ่งต้องรับผิดชอบมากมาย แต่ด้วยอายุที่ยังไม่มาก เมื่อเริ่มต้นสร้างครอบครัวกับบ้านหลังแรก จึงต้องการให้เป็นสถานที่ซึ่งมีบรรยากาศสนุกสนาน สร้างแรงบันดาลใจ และที่สำคัญคือ สามารถรับรองเพื่อนฝูงจำนวนมากที่จะมาสังสรรค์กันได้

แสง  
จากโจทย์ดังกล่าว คุณวัฒนาเลือกสร้างบรรยากาศของบ้านให้เหมือนอยู่ในบาร์สุดหรู ผสมผสานการตกแต่งหลากสไตล์เข้ากันอย่างลงตัว โดยไม่ลืมใส่รายละเอียดกับการใช้ไฟในหลายๆจุด ทั้งเพื่อสร้างอารมณ์และเพื่อผลทางการมองเห็นที่ไม่ธรรมดา แม้ว่า เมื่อเดินจนทั่วบ้านแล้ว เราจะพบโคมไฟทั้งแบบตั้งโต๊ะ ตั้งพื้น และแขวนเพดานในบ้านหลังนี้น้อยเต็มทีก็ตาม แต่จุดเด่นของการตกแต่งก็ยังหนีไม่พ้นเรื่องแสงไฟ นั่นเพราะผู้ออกแบบเลือกใช้แสงทางอ้อม ( Indirect Light) และเทคนิคการซ่อนไฟ เพื่อให้เรารู้สึกถึงแสงได้โดยไม่ต้องมองเห็นแหล่งกำเนิดแสง (แถมไม่ต้องแสบตากับแสงจ้าจากหลอดไฟตรงๆด้วย) นอกจากความสวยงามที่ได้ การให้แสงหลายๆจุดในห้องเดียว ก็ยังทำให้เราสามารถปรับเปลี่ยนอารมณ์ของห้องได้ตามจำนวนหรือตำแหน่งไฟที่เปิด ขณะที่การใช้ไฟส่องสว่างทั่วห้องเพียงจุดเดียวไม่สามารถทำได้

สี  
สำหรับการใช้สี จะเห็นว่ามีการนำสีขาว ดำ และสีไม้ มาเป็นพื้นหลังของการตกแต่ง สีขาวและดำให้ความรู้สึกหรูหรา โดยเฉพาะเมื่ออยู่บนพื้นผิวมันวาว ส่วนสีไม้ให้สัมผัสที่อบอุ่น  แล้วเติมสีสดในจุดที่ต้องการเน้นให้เกิดความสำคัญ เป็นสีของเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหลักและของตกแต่งบางส่วน ลองจินตนาการดูว่า หากย้ายโซฟาและโต๊ะอาหารสีแดง สตูลใสสามสี  โคมไฟและเดย์เบดสีม่วงออกไป บ้านหลังนี้ก็คือบ้านโมเดิร์นเรียบเท่ที่ดูได้นาน ไม่เบื่อง่าย ซึ่งหลักการใช้สีดังกล่าว จะช่วยให้ในอนาคตเมื่อเบื่อสีสันที่หวือหวา ก็สามารถปรับเปลี่ยนโยกย้ายได้ง่ายนั่นเอง

สัมผัส  
องค์ประกอบหนึ่งที่ผู้ออกแบบเลือกมาเล่นกับการตกแต่งเพื่อให้เกิดผลเป็นบรรยากาศสนุกสนานก็คือ วัสดุและพื้นผิว จะเห็นว่า มีการเลือกวัสดุผิวมันวาวอย่างหินปูพื้นสีดำ หินอ่อน อะคริลิก กระจกใส และกระจกเงา มาใช้ทั่วทั้งบ้าน ซึ่งผิวที่มันวาวนั้น ช่วยหลอกตาให้บ้านดูกว้างขึ้น และให้สัมผัสหรูหรา นอกจากนี้ การใช้แผ่นกระจกใสขนาดใหญ่แทนผนังทึบในบางจุด ยังเปิดมุมมองให้เกิดความต่อเนื่องของแต่ละพื้นที่ในบ้านด้วย

เมื่อแสง สี และสัมผัสมันวาวมาอยู่รวมกัน ผลที่ได้คือความรู้สึกแปลกเมื่ออยู่ในบ้านหลังนี้ ไม่ว่าจะอยู่มุมไหน ก็สามารถเห็นแสงและสีสะท้อนกลับไปกลับมาบนพื้นผิวมันวาวเหล่านั้น เมื่อเปลี่ยนมุมไปเรื่อยๆ ภาพ แสงและสีวาววับที่เห็นก็เปลี่ยนไปด้วย ราวกับช่วงเวลาแสนสุขยามมองภาพระยิบระยับผ่านกล้องคาไลโดสโคป (Kaleidoscope) ที่พาเราย้อนกลับไปสู่วัยเยาว์แห่งความสนุกสนานได้เสมอ