ดังนั้น รู้ไว้ก่อนที่จะลงมือทํา ดีกว่าทําไปทั้งๆ ที่ยังไม่รู้ ผลก็คือต้องมาเสียทั้งเงินเสียทั้งเวลา แถมบ้านไม่สวยอีกต่างหาก ไม่คุ้มกันเลย ! 
 
+++ เลือกสีอย่างไรให้โดน
สําหรับคนที่ไม่มีสีในดวงใจ การจะเลือกสีจากไกด์สีที่มีนับร้อยสีดูจะเป็นเรื่องยาก ยิ่งดูก็ยิ่งลังเลว่าสีที่เลือกจะเข้าคู่กับสีไหนได้บ้าง มี 3 วิธีง่ายๆ ที่จะช่วยเลือกสีให้เข้ากัน

1. เลือกสีที่เป็นคู่สี ใช้สีที่เป็นเฉดเดียวกันแต่มีความอ่อนเข้มไล่น้ำหนักสีต่างกันไป เช่น สีแดงคู่กับสีชมพู
2. เลือกสีที่ใกล้เคียงกัน สีที่มีเฉดใกล้เคียงกัน ดูได้จากไกด์สีที่ร้านขายสี เช่น สีน้ำเงินอมเขียวใช้คู่กับสีเขียว
3. เลือกใช้สีตรงกันข้าม โดยจับคู่เฉดสีที่อยู่ตรงข้ามกันในวงจรสี เช่น สีแดงกับสีเขียว  
 
 
 

+++ ห้องไหน สีไหน
สีสันมีผลทางจิตวิทยาทั้งในเรื่องของบรรยากาศและการรับรู้ การเลือกใช้สีอ่อนๆ  เช่น สีครีม สีเขียวอ่อนหรือโทนสีธรรมชาติจึงเหมาะสําหรับห้องนั่งเล่น ส่วนห้องน้ำหากต้องการอารมณ์สดชื่นสบายตา ควรใช้โทนสีฟ้าอมเขียว แต่ถ้าเป็นห้องรับประทานอาหาร สีส้มหรือชมพูอ่อนๆ ก็จะช่วยกระตุ้นให้เจริญอาหารมากขึ้น บ้านที่มีเด็กควรเลือกสีสันสดใสเพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้เด็กเกิดความรู้สึกร่าเริง เช่น สีแดงหรือสีเหลืองสด
 
นอกจากเฉดสีจะช่วยสร้างบรรยากาศในบ้านแล้วยังช่วยแก้ปัญหาการรับรู้ขนาดของห้องได้ ห้องที่แคบไม่ควรใช้สีเข้ม ควรเลือกใช้เฉดสีสว่างจะช่วยให้ห้องดูกว้างขึ้น แต่ถ้าห้องกว้างอยากให้ดูแคบก็ใช้สีเข้มจะช่วยได้ สําหรับห้องที่เพดานต่ำให้หลีกเลี่ยงสีเข้มที่เพดานจะช่วยให้ห้องดูไม่อึดอัด
 
 
 

+++ เตรียมพื้นผิวก่อนทาสี
ขั้นตอนการทาสีที่ดูเหมือนง่ายแต่หากไม่มีการเตรียมพื้นผิวก่อนก็กลายเป็นเรื่องยากได้ พื้นผิวแต่ละชนิดก็มีวิธีเตรียมความพร้อมก่อนทาสีต่างกันออกไปดังนี้
 
 เตรียมพื้นผิว
 
ปูนเก่า ขัดทําความสะอาดด้วยกระดาษทราย ซ่อมแซมและอุดรอยร้าวด้วยสีโป๊
ปูนใหม่ ต้องรอให้ปูนแห้งไม่น้อยกว่า
28 วันแล้วจึงทาสี
 
ไม้ใหม่ ขัดไม้ให้มีผิวเรียบ ทําความสะอาดจนไม่มีฝุ่น  
ไม้เคยทาสีแล้ว ขัดลอกสีเดิมออกให้หมดแล้วทําความสะอาด
 
เหล็กใหม่ ขัดทําความสะอาดพื้นผิวอย่าให้มีฝุ่น สนิม คราบไข
เหล็กเคยทาสีแล้ว ใช้กระดาษทรายขัดที่สีเดิมเพื่อช่วยการยึดเกาะของสี ถ้าสีเสื่อมสภาพต้องลอกออกให้หมดก่อนทาสี
     
 สีรองพื้น
 
ทาด้วยสีรองพื้นผสมกับทินเนอร์เฉพาะอัตราส่วน
10 - 20% โดยปริมาตร แล้วทิ้งไว้ประมาณ 5 ชั่วโมง
 
 
เก็บรอยแตกของไม้ด้วยวัสดุอุดโป๊แล้วพ่นหรือทาด้วย
สีรองพื้นปรับระนาบพื้นผิวและอุดเสี้ยนไม้ 2 เที่ยว
 
 
 
พ่นรือทาสีรองพื้นกันสนิม 2 เที่ยว ทิ้งให้แห้ง 5 - 6 ชั่วโมง จึงทาสีทับหน้าถ้าเป็นโลหะผสม สังกะสีหรืออะลูมิเนียมให้รองพื้นด้วยน้ำยาวอช ไพรเมอร์ 1 เที่ยว แล้วจึงทาสีรองพื้นกันสนิม
 
 
   
สีทับหน้า (สีจริง)
 
ทาด้วยสีโดยไม่ต้องผสมน้ำ แต่หากต้องการผสมเพื่อความสะดวกในการทา ให้ผสมน้ำในอัตราส่วน 5 - 10% โดยปริมาตร แล้วทิ้งให้แห้ง จึงทาสีทับอีกชั้น
 
พ่นด้วยสีตกแต่งภายใน 2 - 3 เที่ยว ถ้าทาสีย้อมไม้ต้องขัดด้วยกระดาษทรายก่อนทาสี 2 เที่ยว
 
 
 
พ่นหรือทาด้วยสีตกแต่งภายใน 2 - 3 เที่ยวแล้วทิ้งให้แห้ง 8 - 10 ชั่วโมง จึงพ่นหรือทาสีทับอีกครั้ง หากต้องการพื้นผิวด้านให้ผสมสีกับหัวเชื้อด้านในการทารอบสุดท้าย
 
 
+++ สีแบบไหนใช้ทําอะไร
นอกจากการเตรียมพื้นผิวให้พร้อมทาสีแล้ว การเลือกประเภทของสีให้เหมาะกับการใช้งานก็เป็นสิ่งสําคัญที่จะช่วยให้สีสันติดทนอยู่กับบ้านได้นานเท่านาน
 
สีน้ำอะครีลิก เนื้อสีมีความเหนียว ยืดหยุ่นได้ดี สามารถปกปิดรอยแตกลายงาได้ ป้องกันน้ำซึมผ่านฟิล์มสีและป้องกันเชื้อรา ถ้าเป็นกึ่งเงาสามารถเช็ดล้างทําความสะอาดได้ สามารถใช้ได้ทั้ง
ผนังภายนอกและภายในอาคาร
 
สีลวดลายวอลล์เปเปอร์ เป็นระบบสีที่สามารถสร้างให้เกิดลวดลายบนผนังปูนได้อย่างสวยงามด้วยวิธีง่ายๆ โดยการใช้สีวอลล์เปเปอร์ จะมี 3 ส่วน คือ 1. สีพื้น 2. สีสลับลาย 3. น้ำยาเคลือบเงาผิว ซึ่งเมื่อทาเสร็จแล้วก็จะได้เนื้อสีกึ่งเงา
   

สีน้ำมัน เหมาะกับงานประเภทงานเหล็ก งานไม้และงานโลหะ มีให้เลือกทั้งแบบเงาและแบบด้าน แต่ชนิดด้านจะมีเฉดสีให้เลือกน้อยกว่าและมีราคาสูงกว่า หากนําไปทาไม้จะมองไม้เห็นลายไม้เพราะเนื้อฟิล์มหนา ใช้ได้ทั้งภายนอกและภายในอาคาร
 
สีย้อมไม้ ลักษณะสีเป็นการโชว์ลายไม้ โดยมีให้เลือกทั้งชนิดกึ่งเงา และชนิดเงา เหมาะกับการใช้งานที่ฝาผนังบ้าน วงกบ ประตู หน้าต่างไม้ ใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร
 
น้ำยารักษาเนื้อไม้ เป็นผลิตภัณฑ์เพื่อความเงางามของเฟอร์นิเจอร์ไม้ พื้นไม้ เช่น ยูรีเทนหรือแล็กเกอร์ ใช้เพื่อปกป้องเนื้อไม้จากการขูดขีด ช่วยให้ไม้มีความเงางาม น้ำยามีสีใสเพื่อโชว์ความสวยงามของลายไม้

 
 
    ทาสีแบบ D.I.Y.
เห็นเพื่อนบ้านทาสีเอง เราเองก็อยากทาบ้าง แต่ถ้าไม่รู้ว่าต้องเตรียมอะไร มาดูทางนี้กันเลย
 
1. ถาดใส่สี
2. แปรงทาสีขนเคมีขนาด 1 1/2 นิ้ว และ 4 นิ้ว
3. ลูกกลิ้งสร้างลาย
4. ลูกกลิ้งทาสี มีขนาด 4 นิ้ว, 7 นิ้ว และ 10 นิ้ว
5. เกรียงขูดสี
6. กระดาษทรายขัดแห้งและน้ำ
7. แปรงสําหรับทาน้ำยารักษาเนื้อไม้
 
ขอบคุณ : HomeWorks  สาขารัตนาธิเบศร์ โทร. 0-2528-0310

 
 
Tips  ฤดูไหนไม่ควรทาสีก็หน้าฝนยังไงล่ะ เพราะฝนทำให้ผิวบ้านมีความชื้นมาก ทาสีไม่ติด หรือทาติดแต่ไม่นานก็จะหลุดลอก ซีดจาง ถ้าหนักกว่านั้นก็คือขึ้นรา ฉะนั้นหลีกเลี่ยงทาสีในหน้าฝนจะดีกว่า
 
เคล็ดลับการทาสีผิวบนไม้ให้เรียบสวย ต้องทาไปในทิศทางเดียวกับลายไม้ จะทำให้สีซึมเข้าเนื้อไม้ได้ดียิ่งขึ้น