การปลูกบ้านในแต่ละยุคสมัย ล้วนมีข้อแตกต่างกันออกไปตามสิ่งแวดล้อม และความเปลี่ยนแปลงทางประเพณีวัฒนธรรมตามสมัยนิยม

เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไป บ้านเรือนส่วนใหญ่มีการพัฒนารูปแบบจากเรือนไทยมาเป็นบ้านก่ออิฐถือปูน และหันมาเล่นกับรูปทรงบ้านแบบสากลนิยม บ้างก็พยายามออกแบบให้บ้านมีรูปทรงแปลกตา เล่นมุมเล่นระดับ ออกแบบบ้านให้มีเว้าบ้างแหว่งบ้างเพื่อให้ดูสวยงามทันสมัย แสดงถึงความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ ไม่ใช่รูปทรงสี่เหลี่ยมตรงๆ เหมือนสมัยก่อน

รูปทรงแปลกๆ เหล่านี้ หากพิจารณากันตามศาสตร์แห่งฮวงจุ้ยแล้ว บ่อยครั้งที่พบว่าเป็นรูปทรงที่มีปัญหา การออกแบบให้บ้านมีเว้าบ้างแหว่งบ้างตามแต่ใจชอบนั้น หากวางตำแหน่งได้ถูกก็ดีไป แต่หากวางตำแหน่งผิด ก็อาจส่งผลร้ายให้ผู้อยู่อาศัยในบ้านต้องเจ็บตัวหรือหมดตัวได้ ด้วยความที่ไม่รู้ว่ารูปทรงเว้าแหว่งนั้นให้โทษกับใครในครอบครัว มากหรือน้อยเพียงใด

ในบทนี้ ผู้เขียนจึงขอกล่าวถึงเรื่องพื้นที่ๆ แหว่งหรือขาดหายในทิศทางต่างๆ พร้อมทั้งวิธีแก้ไขเท่าที่จะสามารถทำได้

ทิศทั้ง 8 ตามศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย จะมีความหมายแทนตัวบุคคลต่างๆ ในครอบครัว ดังนั้น การที่มีทิศใดแหว่งหรือขาดหายไป ก็ย่อมจะส่งผลไปถึงบุคคลนั้นๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่จะมากน้อยเพียงใดอยู่ที่ขนาดของพื้นที่ๆ แหว่งหรือขาดนั้นด้วย โดยปกติไม่ควรขาดหายเกิน 1 ใน 4 ของพื้นที่ การขาดหายนี้นอกจากทำให้รูปทรงของบ้านเว้าแหว่งไปแล้ว รูปทรงที่เหลือของบ้านอาจกลายเป็นรูปของมีดปังตอ ซึ่งพร้อมที่จะ "สับ" เจ้าของให้แหลกไปได้โดยไม่รู้ตัว

ความงดงามในสายตาของสถาปนิกกับความหมายของ "ฮวงจุ้ย" มักจะมีความขัดแย้งกันบ้างถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้เสมอ แม้แต่การปลูกสร้างบ้านของไทยเรา ก็มีหลักเกณฑ์ข้อห้ามจำเพาะอยู่ไม่น้อย ถ้าเปรียบกับเรื่องของ "ฮวงจุ้ย" ก็ถือได้ว่าเข้าข่ายเดียวกัน คือเป็นเรื่องของการปลูกสร้างอาคารบ้านเรือนให้อยู่แล้วเกิดความสะดวกสบาย เกิดความเจริญรุ่งเรืองตามมา จะนั่งจะนอนอย่างไรให้ดีไม่ป่วยไข้ไป มองเผินๆ อาจดูว่าไม่สำคัญอะไรนักหนา

แต่จากสถิติที่ผ่านมาทุกอย่างรอบๆ ตัวเรามีอิทธิพลไปหมดทุกเรื่อง นับแต่อากาศที่หายใจเข้าไปทั้งยามหลับและยามตื่น รวมไปถึงสิ่งแวดล้อมเรา เช่น ไปนอนอยู่ห้องนอนถูกตัดแหว่งไปกลายเป็นพื้นที่ในลักษณะของคมมีด แล้วถ้าบังเอิญเราซึ่งเป็นเจ้าของบ้าน เจ้าของกิจการไปนอนอยู่ที่ด้านของคมมีดเสียเอง โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุย่อมมีสูงกว่าปกติ และถ้าหากว่าดวงชะตาในช่วงนั้นมีปัญหาในเรื่องเลือดตกยางออกเข้าด้วย ก็เท่ากับเสียซ้ำสอง

สำหรับในตอนนี้ เราจะกล่าวถึงเรื่องทิศทางที่จะเข้ามามีส่วนสัมพันธ์กับตัวบุคคลในบ้าน ทั้ง 8 ทิศว่าเมื่อพื้นที่ทิศใดขาดหายหรือแหว่งไปจะเกิดผลแก่ผู่ใด ดังนี้


การแก้ไขมีได้หลายวิธี เช่น เติมพื้นที่ให้เต็ม จะเป็นการก่อสร้างเพิ่ม หรือปลูกต้นไม้คลุมดินให้ได้แนวเต็มพื้นที่ๆขาดหายไป หรือทำหลังคาหรือกันสาดยื่นออกมาให้ได้แนวเต็มพื้นที่แค่นี้ก็สามารถแก้ไขได้แล้ว ง่ายนิดเดียวเท่านั้นเองอย่าปริวิตกจนเกินเหตุ จำไว้ว่า "ไม่มีอะไรในโลกที่แก้ไขไม่ได้เว้นไว้เสียแต่ว่าฟ้ายังไม่เปิดเท่านั้น" เป็นสัจธรรมที่ต้องเผชิญด้วยตัวเองเท่านั้น ขอให้ผู้อ่านโชคดีทุกท่านค่ะ
 
 
อิทธิพลของทิศทั้ง 8 ตามศาสตร์แห่งฮวงจุ้ย

เริ่มตั้งแต่

ทิศที่หนึ่ง คือ ทิศตะวันตกเฉียงเหนือซึ่งสำคัญที่สุด นั่นคือเป็นทิศทางของพ่อบ้านหรือหัวหน้าครอบครัว ผลที่แสดงออกมาไม่ว่าจะเป็นการเจ็บไข้ การเกิดอุบัติเหตุ การงานล้มเหลว การเกิดคดีความ หรือผลเสียอื่นๆย่อมไปตกอยู่กับพ่อบ้านหรือหัวหน้าครอบครัวเป็นอันดับแรก และถ้าเป็นอย่างนั้นคนอื่นๆในบ้านจะทำอย่างไร?

ผู้เขียนเคยไปบ้านพ่อของเพื่อนซึ่งเป็นคนใหญ่โตระดับจังหวัด ได้ยินมาว่าเสียชีวิตอย่างกะทันหัน นึกในใจว่าสงสัยถูกเวนคืนที่หรือพูดง่ายๆ ว่าถูกตัดที่ๆอยู่มายาวนานนั้นไปทำถนน โดยสังเกตจากเส้นทางเข้าบ้านถนนลาดยางยังมีร่องรอยที่เป็นของใหม่อยู่เลย และแน่นอนว่าทิศทางที่ถูกตัดก็คือทิศตะวันตกเฉียงเหนืออันเป็นทิศของพ่อนั่นเอง
   
ทิศที่สอง คือ ทิศตะวันตกเฉียงใต้ เป็นทิศของบุคคลสำคัญอันดับที่สองของบ้าน นั่นคือแม่ ผู้ให้กำเนิดลูกอบรมเลี้ยงดูลูกทุกคนให้มีสุขภาพ แข็งแรงพลานามัยที่สมบูรณ์ ถ้าขาดแหว่งไปก็เท่ากับ ทำให้แม่ซึ่งเป็นหลักในการอบรมเลี้ยงดูบุตรด้อยลงไปด้วย เช่นสุขภาพออดๆ แอดๆป่วยไข้บ่อยๆ เดี๋ยวเป็นนั่นเดี๋ยวเป็นนี่ ยิ่งในรายที่พื้นชะตาบ่งบอกถึงการผ่าตัดอยู่แล้ว ถ้าผสมกับ "ฮวงจุ้ย" ที่เสียในทิศของแม่เข้าไปอีก โอกาสผ่าตัดด้วยโรคในช่องท้อง เช่นมดลูก หรือการป่วยอื่นๆเช่นกระดูก ขา ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ก็เพิ่มมากขึ้นเพราะสภาพของพื้นที่ๆอยู่อาศัยเป็นพลังผลักดันให้รุนแรงยิ่งขึ้น
   
ทิศที่ 3 คือ ทิศตะวันออก เป็นทิศของลูกชายคนโต โดยปกติแล้วคนจีนถือว่าลูกชายคนหัวปี หรือคนโต เป็นพี่ชายใหญ่ที่ต้องดูแลปกครอง เป็นผู้นำในครอบครัวแทนหากผู้เป็นพ่อเสียชีวิตลง แม้การมอบหมายอาชีพก็พยายามอย่างยิ่งที่จะให้ลูกชายผู้สืบสกุล เป็นผู้รับมรดกตกทอด ถ้าทิศนี้ขาดแหว่งไปด้วยประการใดๆก็ตาม ผลที่เกิดก็จะไปส่งผลแก่บุคคลผู้เป็นลูกชายคนที่มีอายุมากที่สุดในบ้าน เช่นการเกิดอุบัติเหตุ ความล้มเหลวของกิจการ การขาดคนส่งเสริมโดยเฉพาะคนในครอบ ครัวเดียวกัน หรือความเจ็บไข้อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น
   
ทิศที่ 4 คือ ทิศตะวันออกเฉียงใต้ เป็นทิศของลูกสาวคนโตซึ่งในวันข้างหน้าจะเป็นผู้ดูแลทุกอย่าง ภายในบ้านแทนแม่ซึ่งแก่ชราลงไป ถ้าหากทิศนี้ขาด แหว่งไปเพราะเหตุอันใดก็ตาม บุคคลที่จะมารับเคราะห์ร้ายนี้ก็คือลูกสาวคนโตของบ้านนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุขภาพ การเกิดอุบัติเหตุ การทะเลาะเบาะแว้งกับคนรอบข้าง และแม้จะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเงินก็ไม่ละเว้น
   
ทิศที่ 5 คือทิศใต้ ทิศนี้แทนตัวลูกสาวคนกลาง ถ้าหากทิศนี้ไม่สมบูรณ์ เช่นขาดแหว่งเสียหายไปจะด้วยเหตุใดก็ตาม ผลที่จะเกิดย่อมตกอยู่ที่ลูกสาวคนกลาง ทั้งเรื่องของอุบัติเหตุ หรือการเจ็บป่วยอื่นๆ รวมไปถึงเรื่องเสื่อมเสียเกียรติยศชื่อเสียงในแง่ชู้สาวอีกด้วย
   
ทิศที่ 6 คือ ทิศเหนือ เป็นทิศที่แทนตัวลูกชายคนกลาง ถ้าหากทิศนี้ของบ้านถูกตัดแหว่งเสียหายเพราะเหตุใดก็ตาม ผลที่จะเกิดขึ้นเกี่ยวกับอาชีพ การทำมาหากินที่มีแต่อุปสรรค โรคภัยไข้เจ็บที่อยู่ส่วนบนของร่างกาย เช่น ศีรษะ ใบหน้า หรือลำคอทางเดินหายใจ เช่นภูมิแพ้ เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อผู้เป็นลูกชายคนกลางทั้งสิ้น
   
ทิศที่ 7 ได้แก่ ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นทิศที่แทนตัวลูกชายคนเล็ก นั่นก็คือ ถ้าหากด้านใดของบ้านที่อยู่ในทิศตะวันออกเฉียงเหนือขาดแหว่งเสียหาย ผลที่จะมาสู่บุคคลในบ้าน ก็คือลูกชายคนเล็กนั่นเอง ที่จะมารับเคราะห์กรรมนั้นแทนไม่ว่าจะเป็นอุบัติเหตุ การวางแผนงานที่ล้มเหลว สุขภาพที่เสื่อมโทรม ล้วนมาลงที่ลูกชายคนเล็กทั้งสิ้น
   
ทิศสุดท้ายหรือทิศที่ 8 ก็คือทิศตะวันตก อันเป็นตัวแทนของลูกสาวคนเล็กหรือลูกสาวคน สุดท้องของครอบครัว เมื่อพื้นที่ในทิศนี้ขาดหาย ไปด้วยประการใดๆ ก็ตามผลที่จะเกิดก็ตกอยู่ที่ลูกสาวคนนี้ ทั้งเรื่องสุขภาพ อุบัติเหตุ รวมไปจนถึงชีวิตรักที่ต้องล้มเหลวลงอย่างไม่น่าที่จะเป็นไปได้

อ่านมาถึงตรงนี้แล้วก็อย่าเพิ่งตื่นตกใจไปว่าท่านเองก็เป็นผู้หนึ่งที่มีบ้านเว้าๆ แหว่งๆ อย่างที่กล่าวมา ถ้าหากการขาดแหว่งเหล่านั้นๆไม่เกินหนึ่งในสี่ หรือรูปทรงที่ขาดอยู่ไม่แสดงให้เห็นเด่นชัดด้วยสายตาว่าทำให้รูปร่างของห้องเสียหาย ก็ไม่มีอิทธิพลอะไรนักหนา เว้นไว้เสียแต่ว่าพื้นที่นั้นขาดหายมากกว่าที่ว่าไว้ อันตรายก็จะสามารถมาเยือนได้ในช่วงที่จังหวะของชีวิตตกต่ำพอดี