ตอนที่แล้ว ผมพูดถึงเรื่องของลมที่มีผลต่อบ้านทาวน์เฮ้าส์ ซึ่งค่อนข้างจะพัดเข้าบ้านได้ยาก เพราะมีข้อจำกัดในเรื่องของแบบบ้านที่ทึบ 2 ด้าน และมีการต่อเติมบ้านทั้งหน้าบ้านหลังบ้าน ก่อสภาพอุดตันภายในบ้านไปแล้ว
ความจริงแล้วเรื่องของการต่อเติมบ้านทาวน์เฮ้าส์ยังมีอีกหลายอย่างที่จะสร้างผลกระทบ อย่างกรณีหน้าบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่ก็มักจะทำหลังคาโรงรถกันอยู่แล้ว ยังมีอีกกรณีหนึ่งที่จะต้องระมัดระวังก็คือ การต่อเติมกำแพงด้านข้าง บางบ้านก่อกำแพงแบบทึบเหมือนตึกแถวเลย คือ ก่อกำแพงทั้งสองด้าน ทึบตันไปหมด แบบนี้ถือว่าเสียหายมาก เพราะเป็นการปิดกั้นลมไม่ให้เข้าไปในบ้านได้
![]() |
| การต่อเติมด้านข้างแบบกำแพงทึบ จะก่อสภาพอุดตันมากยิ่งขึ้น เพราะลมไม่สามารถเข้าไปในบ้านได้เลย |
บางทีบ้านเราไม่ได้ต่อเอง แต่ข้างบ้านที่อยู่ติดกันเป็นคนต่อ ก็ส่งผลเสียถึงบ้านเราเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น ถ้าไม่มีความจำเป็นก็ไม่ควรต่อเติมกำแพงด้านข้าง ควรปล่อยให้โล่งจะดีกว่า ทำแค่หลังคาคุมรถก็พอ เพราะการต่อเติมเพียงข้างเดียวจะกระทบถึง 2 บ้าน ถ้าต่อเติมกำแพงทึบทั้งสองด้านซ้าย-ขวา จะกระทบถึง 3 บ้าน
การต่อเติมในลักษณะนี้ นอกจากจะเป็นตัวปิดกั้นลมแล้ว ยังปิดกั้นแสงสว่างอีกด้วย ด้านในบ้านจะมืดมาก ตามหลักฮวงจุ้ยบอกว่า บริเวณประตูเข้าบ้านจะต้องสว่าง ห้ามมืด ถ้ามืดจะก่อสภาพหยิน ซึ่งในทางฮวงจุ้ยถือเป็นสภาพที่นิ่งตาย ไม่เจริญ โชคลาภไม่เข้าบ้าน
คนที่มีบ้านทาวน์เฮ้าส์ และคิดว่าจะต้องอยู่บ้านหลังนี้อีกนาน ผมแนะนำได้เลยว่า ไม่ควรต่อเติมอะไรเป็นดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นด้านไหนๆของบ้าน โดยเฉพาะทาวน์เฮ้าส์ขนาดเล็กประเภท 18 ตารางวา แล้วอยู่ตรงกลางไม่ใช่บ้านหลังมุม ปัญหาเรื่องอุดตันจะเกิดขึ้นได้ง่ายมาก
คราวนี้มาดูภายในบ้านกันบ้าง บ้านทาวน์เฮ้าส์ส่วนใหญ่จะมีแบบเหมือนๆกันหมด เวลาเดินเข้าบ้านก็จะมองเห็นหลังบ้านกันเลย มองเห็นบันได เห็นห้องส้วม นอกนั้นก็จะเป็นพื้นที่โล่งหมด ส่วนชั้นบนก็จะมีห้องส้วมอยู่ตรงกลางมีห้องนอน 2 ห้องอยู่หน้าบ้านกับหลังบ้าน นี่เป็นแบบพื้นฐานของทาวน์เฮ้าส์ทั่วๆไป
ปัญหาที่พบบ่อยที่สุดของแบบบ้านลักษณะนี้ก็คือ ห้องส้วมชั้นบน ที่อยู่ตรงกลางบ้าน นั่นเอง ตามหลักฮวงจุ้ยถือว่า ร้าย จะทำให้คนในบ้านเจ็บป่วยได้ง่าย ซึ่งถ้ามองตามหลักตรรกะวิทยาการวางตำแหน่งห้องน้ำห้องส้วมตรงนี้ก็ไม่ดีเช่นเดียวกัน เหตุผลก็เพราะ ห้องส้วมไม่มีทางระบายออกไปสู่นอกตัวบ้าน กลิ่นอับ ความชื้นที่เกิดจากห้องส้วมก็จะระบายอบอวนอยู่ในบ้าน นั่นเอง ยิ่งถ้าเจ้าของบ้านดูแลรักษาความสะอาดของห้องส้วมไม่ดีพอ อาจก่อเชื้อโรคขึ้นในบ้านได้ เพราะฉะนั้น โอกาสที่คนในบ้านจะเจ็บป่วยก็มีง่ายขึ้น
"แล้วจะแก้ยังไงดีล่ะ..?"
เรื่องของการแก้นั้น ถ้าใช้หลักฮวงจุ้ยก็จะบอกว่า ให้ย้ายตำแหน่งห้องส้วมไปอยู่ด้านริมของบ้าน เพื่อให้ห้องส้วมได้มีทางระบายอากาศเสียออกไปนอกบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะย้ายไปอยู่หลังบ้าน
![]() |
| การย้ายห้องส้วมไปอยู่ด้านหลังบ้าน ถือเป็นการแก้ไขห้องส้วมกลางบ้านได้ดีที่สุด |
ถ้าไม่สามารถย้ายได้ ไม่ว่าจะติดขัดเรื่องอะไรก็แล้วแต่ การแก้ไขคงต้องใช้หลักตรรกะมาช่วยแล้วล่ะครับ เมื่อปัญหาอยู่ที่เรื่องของอากาศเสียที่ระบายออกนอกบ้านไม่ได้ ก็จะต้องลงทุนทำที่ดูดอากาศในห้องส้วม เพื่อดูดอากาศออกนอกบ้าน หรือไม่ก็ต้องเปิดประตูหน้าต่างของชั้นบน ให้ลมจากนอกบ้านไหลผ่านบริเวณชั้นบน โดยการเปิดประตูห้องนอนทั้ง 2 ห้อง เปิดประตูระเบียง เปิดหน้าต่าง ทั้งหน้าบ้านหลังบ้าน เปิดประตูห้องส้วม อากาศเสียจากห้องส้วมก็จะกระจายออกนอกบ้านได้เช่นเดียวกัน
![]() |
| เปิดประตู หน้าต่าง ให้ลมจากด้านนอกพัดเข้ามาในบ้านเพื่อไล่อากาศเสียจากห้องส้วมออกนอกบ้าน |
คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะเปิดประตูหน้าต่างกันสักเท่าไหร่ ปล่อยให้บ้านอับไม่มีอากาศไหลเวียนกันเลย โดยเข้าใจผิดคิดว่า การเปิดเครื่องปรับอากาศในห้องจะช่วยให้อากาศมีการหมุนเวียนแล้ว แต่หารู้มั้ยว่า การเปิดแอร์เพียงอย่างเดียว ถ้าไม่ทำความสะอาดเครื่องแอร์ดีพอ จะกลายเป็นที่สะสมฝุ่นละออง อย่าลืมว่า เครื่องแอร์มีความชื้นมาก จะบ่งเพาะเชื้อโรคได้ง่าย โดยเฉพาะพวกเชื้อรา ไรฝุ่น คนจึงมักเป็นโรคภูมิแพ้กันมากโดยเฉพาะคนเมือง เพราะอยู่แต่ห้องแอร์นี่แหละ คนชนบทมักไม่ค่อยเป็นเพราะใช้ลมธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่
นอกจากเรื่องห้องส้วมแล้ว ห้องที่มีปัญหาอีกห้องหนึ่งของบ้านทาวน์เฮ้าส์ ก็คือ "ห้องครัว" ซึ่งมีผลกระทบคล้ายๆห้องส้วมเหมือนกัน ครัวจะมีผลกระทบเรื่องของกลิ่น และควัน ต้องการระบายอากาศออกนอกบ้าน ตำแหน่งครัวจึงถูกวางให้อยู่หลังบ้านที่มีช่องลมที่จะไล่ควันและกลิ่นได้ แต่ก็มีบางส่วนที่กระจายเข้ามาในบ้านได้ เนื่องจากพื้นที่ของบ้านทาวน์เฮ้าส์มีน้อย ครัวจึงไม่ได้ทำเป็นห้องที่ปิดมิดชิด
ข้อแนะนำในเรื่องนี้ ผมจะให้ย้ายครัวหรือเตาไฟไปไว้ด้านนอกบ้านแทน เพราะด้านหลังของบ้านทาวน์เฮ้าส์จะมีพื้นที่ว่างอยู่ประมาณ 2 เมตร อาจย้ายเฉพาะเตาไฟไปไว้นอกบ้าน ด้านในก็ทำเป็นครัวสวยๆเอาชงกาแฟ ก็จะเกิดผลดีกับบ้านมากกว่า เพราะประตูหลังบ้านจะเป็นตัวปิดไม่ให้ควันและกลิ่นกระจายเข้ามาในบ้าน นั่นเอง
![]() |
| ย้ายเตาไฟ ไว้ด้านนอกบ้าน จะช่วยลดผลกระทบในเรื่องของกลิ่นและควัน ที่จะกระจายเข้ามาในบ้านได้ดีกว่า เอาเตาไฟมาไว้ในบ้าน |
แต่อย่าลืมเชียวนะครับว่า ถ้าทำห้องครัวไว้นอกบ้าน ห้ามต่อห้องแบบทึบตัน จะต้องทำแบบโปร่งเท่านั้น ไม่เช่นนั้นกลิ่นและควันจะยิ่งอบอวนอยู่ในบ้าน ไม่มีทางออกกันเลยล่ะครับ ตอนหน้าผมจะพูดถึงการตกแต่งบ้านทาวน์เฮ้าน์เพื่อเสริมฮวงจุ้ยให้ดีขึ้น ซึ่งทำได้ค่อนข้างยากกว่าบ้านเดี่ยวมาก ใครสนใจห้ามพลาดนะครับ ?

















