อยู่อย่างไทยสไตล์ฝรั่ง
 
โถงทางเข้าบริเวณหน้าบันได เน้นโทนสีเข้มเพื่อให้เกิดความรู้สึกน่าสนใจ โดยให้แสงสว่างส่องเข้ามาจากหน้าต่างทางด้านหลังเพียงด้านเดียว
 
 
บันไดที่โชว์โครงสร้างและเนื้อแท้ของเหล็กและคอนกรีตเปลือย เส้นสายของบันไดและโทนสีของกำแพงทำให้มุมนี้กลายเป็นจุดที่น่าสนใจจุดหนึ่งภายในบ้าน

 

 
ส่วนรับแขกตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่มีเส้นสายเรียบง่าย หน้าต่างภายในห้องนี้จะมีความสูงมากกว่าปกติ และไม่มีการติดม่าน เนื่องจากห้องนี้อยู่ทางทิศตะวันออก ซึ่งไม่ต้องรับแสงแดดโดยตรง

 

 
ส่วนรับประทานอาหารเป็นพื้นที่ต่อเนื่องกับส่วนรับแขก ฝ้าเพดานทาสีม่วงเข้มเพื่อให้ดูกลืนหายไปกับโครงสร้างอื่น ที่ผนังดูสะดุดตาด้วยภาพเขียนขนาดใหญ่ ผลงานของเพื่อนที่เป็นศิลปินของคุณแม่คุณจอห์นที่ชื่อ Greg Becker ชุดรับแขกเป็นผลงานของดีไซเนอร์จากร้าน ODST ซึ่งเป็นของคนไทย

 

 

   
 
 
"ผมไม่ชอบให้ครัวมีแต่สีของโลหะ อยากให้มีสีสันสดใส จึงเลือกใช้สีส้ม เพื่อทำให้ครัวของเราดูแตกต่างจากครัวทั่วไป"

 
บริเวณชั้นสามเป็นห้องทำงานของเจ้าของบ้าน ส่วนโถงที่เปิดโล่งจากชั้นล่าง ต่อมาได้ต่อเติมพื้นที่ใช้งานด้านบน แต่ก็อยากรักษาความรู้สึกที่โปร่งโล่งเอาไว้ จึงปูพื้นกระจกเทมเปอร์หนา 2.5 เซนติเมตร รับน้ำหนักได้หนึ่งตัน

 

 
ห้องนอนใหญ่ที่แสดงถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย เตียงเป็นของเก่าได้จากจังหวัดเชียงใหม่ เลือกปูที่นอนด้วยผ้าทอลายพื้นเมือง เพื่อให้ดูเข้ากันกับเตียง มีการโชว์โครงสร้างหลังคา เน้นความเป็นธรรมชาติและเนื้อแท้ของวัสดุ คานเป็นปูนเปลือยไม่แต่งผิวและไม่ตีฝ้า

 

 
มุมทำงานศิลปะภายในห้องทำงาน บางทีคุณจอห์นจะนั่งวาดรูปบริเวณนี้ จึงมีอ่างล้างมือที่ก่อเองอยู่ด้วย ภาพแขวนบนผนังคุณจอห์นก็เลือกมาติดด้วยตัวเอง

 
เนื่องจากเจ้าของบ้านมีหนังสือมากกว่าสามพันเล่ม จึงต้องการชั้นหนังสือที่สามารถใส่หนังสือได้มากที่สุด หน้าบานสามารถเลื่อนไปมาได้ ส่วนชุดเก้าอี้สีขาวเป็นของ Sarinan คุณพ่อคุณจอห์นซื้อไว้ตั้งแต่ปี 1950

 

   
 "ผมอยากอยู่อย่างกลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ขณะเดียวกันก็ชอบชีวิตแบบเอ๊าต์ดอร์และบ้านทรงไทยมาก แต่ผมรู้สึกว่าภายในของบ้านทรงไทยที่สร้างตามแบบดั้งเดิมจะมืด ใช้ไม้เต็มไปหมด ห้องก็เล็กเกินไปสำหรับฝรั่ง ผมกับภรรยาจึงตัดสินใจทำบ้านโดยเปิดรับบรรยากาศภายนอกเข้ามาสู่ภายในบ้านให้มากที่สุด และทำห้องให้มีขนาดกว้างขวางขึ้น โดยเอาผนังและกำแพงส่วนที่ไม่จำเป็นออกให้หมด แต่ยังคงใช้หลังคาจั่วทรงสูง เพื่อประโยชน์ในการระบายอากาศและความร้อน บ้านหลังนี้จึงเป็นการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมภายนอกแบบไทยกับการตกแต่งภายในแบบนิวยอร์กลอฟท์"
 
คุณมณฑิรา นาควิเชียร คริช เสริมว่า "เราทั้งคู่ชอบโทนสีธรรมชาติและสีดั้งเดิมของวัสดุ ถ้าลองมองไปที่เสาจะเห็นว่าเราไม่ทาสี ปล่อยให้โชว์สีของเนื้อวัสดุ เพราะชอบความรู้สึกที่ดิบๆ เพดานก็ทำให้สูงให้ความรู้สึกเหมือนปลดปล่อย มีการโชว์งานระบบที่ให้บรรยากาศเหมือนในโกดัง ส่วนพื้นที่ใช้สอยที่ต้องทาสีเราก็กำหนดโทนสีเป็นห้องๆไป อย่างห้องรับแขกจะเป็นสีกะปิอ่อนๆ แต่ห้องนี้มีข้อผิดพลาดคือ ไม่ได้ดูการสะท้อนของแสงแดดจากข้างนอก ทำให้สีกะปิอ่อนๆที่เราทากลายเป็นสีเทา สำหรับโถงบันไดใช้สีน้ำเงิน ส่วนรับประทานอาหารใช้สีเหลืองข้าวโพด" 
 
คุณพิรัส  พัชรเศวต  แห่ง EAST ARCHITECTS CO., LTD. เล่าขั้นตอนการออกแบบให้ฟังว่า "ผมอยากให้บ้านหลังนี้เป็นบ้านประหยัดพลังงาน เลยวางตัวบ้านตามแนวขวางทิศเหนือ - ใต้ ช่วยลดทอนเรื่องความร้อนและแสงสว่างได้ และออกแบบชายคาให้ยื่นยาวลงมา เพื่อให้เกิดร่มเงา ไม่ให้แสงแดดส่องรบกวนการอยู่อาศัยของคนในบ้าน สังเกตว่าในบ้านแทบจะไม่มีม่านเลย และเน้นการใช้พื้นที่เปิดโล่ง เพื่อให้อากาศไหลเวียนและเกิดความรู้สึกลื่นไหล นอกจากนี้เราก็ใช้ช่องเปิดเป็นตัวเชื่อมโยงธรรมชาติภายนอกเข้ามาภายในบ้าน