บ้านไม้ที่ปลูกสร้างให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ ระเบียงไม้ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเสมือนเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ


 
โรงแรม Amangalla ประเทศศรีลังกา การใช้ไม้ปูพื้นดูเข้ากับเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นไม้เช่นกัน ให้บรรยากาศอบอุ่น น่าพักผ่อน


 
การประยุกต์ใช้ไม้ผสมผสานกับวัสดุก่อสร้างชนิดอื่นๆ ก็ให้บรรยากาศและความรู้สึกที่สวยงามมีเสน่ห์ไปอีกแบบ ในภาพเป็นการนำไม้เก่ามาประยุกต์ใช้

 
อีกรูปแบบหนึ่งของการนำไม้มาประยุกต์ใช้ร่วมกับพื้นปูหินกาบ ระเบียงตีระแนงไม้กับม้านั่งไม้ในภาพให้ความรู้สึกน่านั่งพักผ่อนและเป็นธรรมชาติมาก

 
โรงแรมแทมมารีน วิลเลจ จังหวัดเชียงใหม่ บันไดทางขึ้น ราวลูกกรงกันตก รวมทั้งระแนงไม้ที่เห็น ล้วนใช้ไม้เก่าทั้งสิ้น เพียงแค่ทาสีย้อมไม้ทับก็นำไปใช้ได้เลย

 
ตัวอย่างการใช้ไม้เทียมทำฝาผนังบ้านตีในแนวนอนโดยทาสีขาวทับ ก็ได้อารมณ์แบบบ้านไม้ที่คุ้นเคย

 
การผสมผสานไม้ระแนงกับบ้านแบบโมเดิร์น ซึ่งดูเข้ากันได้ดี ทั้งยังช่วยลดความกระด้างของผนังปูน


คุณสมบัติด้านกายภาพ
แม้ไม้จะมีคุณสมบัติไม่ป้องกันความร้อน แต่ก็ถ่ายเทความร้อนได้รวดเร็ว บ้านที่ปลูกสร้างด้วยไม้จึงเย็นสบาย ไม่อมความร้อนไว้นาน การไส เลื่อย ประกอบ ก็ทำได้ง่าย จึงนำไปใช้ประโยชน์ในการก่อสร้างได้หลากหลาย ไม่ว่าจะทำเป็นโครงสร้างอาคารหรือส่วนประกอบตกแต่ง ยิ่งถ้าเป็นไม้เนื้อแข็งจำพวกไม้แดง ไม้เต็ง ไม้สัก ก็ยิ่งมีคุณสมบัติแข็งแรงทนทาน ทนปลวกและแมลงต่างๆ รวมถึงมีอายุการใช้งานยาวนาน

คุณสมบัติด้านจินตภาพ
บ้านที่ปลูกสร้างด้วยไม้หรือมีไม้เป็นส่วนประกอบจะให้ความรู้สึกอบอุ่น นุ่มนวลเป็นธรรมชาติมากที่สุด เมื่อเทียบกับวัสดุก่อสร้างชนิดอื่นๆ ยิ่งในภูมิภาคตะวันออก ไม้แทบจะกลายเป็นเอกลักษณ์ของงานก่อสร้างในภูมิภาคนี้เลยทีเดียว พูดง่ายๆคือเสน่ห์ของงานก่อสร้างแบบตะวันออกก็คืองานไม้นั่นเอง หากมองให้ลึกลงไปถึงรายละเอียดก็จะพบว่า บางทีงานก่อสร้างที่เป็นไม้นั้นอาจสื่อถึงสัญลักษณ์ของชาตินั้นๆได้ เช่น งานสถาปัตยกรรมที่ใช้ไม้ไผ่เป็นส่วนประกอบหรือตกแต่ง ก็ทำให้นึกถึงบ้านจีนหรือบ้านญี่ปุ่น

แต่เนื่องจากปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาดังที่กล่าวไว้ข้างต้น การจะหาไม้ใหม่ที่มีคุณภาพดีมาใช้ในการก่อสร้างในปัจจุบันอาจเป็นเรื่องยากลำบากมากขึ้น ทว่าความนิยมใช้ไม้ในการก่อสร้างยังคงมีอยู่ เราจึงต้องคิดหาวิธีสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมให้มีเสน่ห์ อารมณ์ ความนุ่มนวลเป็นธรรมชาติ และดูอบอุ่นแบบตะวันออก ด้วยวัสดุที่เป็นไม้หรือให้อารมณ์ของไม้ได้ ดังนี้

นำไม้เก่ามาดัดแปลงใช้ใหม่
เราสามารถหาซื้อไม้เก่าได้ตามแหล่งขายไม้เก่าต่างๆ ไม้ที่ขายมีทั้งไม้โครงสร้างจำพวก เสา คาน ตง ฯลฯ และไม้ส่วนประกอบอาคารต่างๆ เช่น วงกบกรอบบานประตู-หน้าต่าง ฝาไม้กระดานพื้น-ผนัง ฯลฯ ไม้เก่าเหล่านี้มีข้อดีตรงที่มีสภาพค่อนข้างแห้งอยู่ตัวดี ไม่ยืดหดตัว เราสามารถนำมาทำความสะอาด และปรับไสแต่งผิวอีกเล็กน้อยก็นำไปใช้งานได้ บางทีสถาปนิกและผู้ออกแบบบางคนก็นำไม้เก่าเหล่านี้มาทำความสะอาด แล้วนำไปใช้งานเลยโดยไม่ต้องไสแต่งอีก ซึ่งก็ให้อารมณ์ดิบๆ ดูสวยงามไปอีกแบบ

ประยุกต์ใช้ไม้เทียม
ปัจจุบันมีผู้ผลิตไม้ฝาเทียมที่ใช้วัสดุพิมพ์ขึ้นรูปเลียนแบบไม้จริงออกวางจำหน่ายมากมายหลายยี่ห้อ คุณสมบัติก็แตกต่างกันไปตามเทคนิคการผลิต แต่มีข้อที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ให้ความรู้สึกคล้ายไม้จริง ซึ่งส่วนใหญ่นิยมนำไม้ฝาเทียมเหล่านี้ไปตกแต่งภายนอกอาคารเหมือนกับไม้ฝาผนังนั่นเอง ซึ่งเราสามารถทาสีทับผิวหน้าไม้เทียมเหล่านี้ให้เหมือนกับไม้จริงได้ หรือวัสดุปูพื้นที่เรียกว่าพื้นไม้ลามิเนตที่นำเศษไม้บดมาอัดขึ้นรูปเป็นชั้นๆแล้วเคลือบผิวหน้าด้วยฟิล์มเป็นชั้นๆ ก็ให้ความรู้สึกของไม้ได้ดีเช่นกัน

ใช้ไม้ผสมผสานกับวัสดุก่อสร้างชนิดอื่นๆ
ปัจจุบันมีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีมากขึ้น ทำให้เราสามารถผลิตวัสดุก่อสร้างใหม่ๆได้หลากหลายชนิด ทั้งยังมีความทันสมัยเพิ่มมากขึ้นด้วย แต่บางครั้งเราก็ยังอดคิดถึงไม้ ซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างที่ไม่เคยตกยุค และให้อารมณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เราจึงเห็นการใช้ไม้ผสมผสานกับวัสดุก่อสร้างสมัยใหม่ต่างๆ เช่น บางคนต้องการให้ราวจับบันไดในบ้านเป็นไม้จริง ขณะที่ราวลูกกรงเป็นโลหะ หรือการปูพื้นบ้านด้วยไม้กระดานหรือปาร์เกต์ ขณะที่ทำผนังเป็นปูนเปลือย โครงสร้างหลังคาเป็นโครงเหล็ก ซึ่งให้อารมณ์และสัมผัสแบบธรรมชาติได้เช่นกัน

บทสรุปสำหรับเรื่องราวของบ้านไม้ที่เรานำเสนอในฉบับนี้ก็เพื่อต้องการให้คุณผู้อ่านลองย้อนกลับไปพิจารณาไม้ ซึ่งเป็นวัสดุก่อสร้างที่เราใช้กันมานาน อาจทำให้เราคิดถึงเสน่ห์และอารมณ์ความรู้สึกแบบเก่าๆที่ดูอบอุ่น นุ่มนวลเป็นธรรมชาติ รวมถึงคุณสมบัติทางกายภาพที่ดีของไม้ ที่ทำให้บ้านไม้ยังคงมีเสน่ห์และเอกลักษณ์ในตัวเองได้อย่างไม่เสื่อมคลาย





ข้อมูลจาก บ้านและสวน