บ้านบนเนื้อที่
1 ไร่หลังนี้ คุณวิรุฬสร้างมาได้ 12 ปีแล้ว หลังจากตัดสินใจกลับมาตั้งรกรากที่เมืองไทย โดยหอบเอาแบบแปลนบ้านจากไมอามี่ เมืองที่คุณ
วิรุฬเคยใช้ชีวิตทำงานอยู่ช่วงหนึ่ง มาสร้างเป็นบ้านหลังนี้ ลักษณะของตัวบ้านและการจัดวางผังห้องต่างๆ ภายในบ้านจึงดูใกล้เคียงกับบ้านสไตล์เมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในรัฐฟลอริด้า

ลักษณะของตัวบ้านเป็นบ้านชั้นเดียว ภายนอกทาด้วยสีส้มอิฐและสีเหลืองมัสตาร์ด จากทางเข้าด้านหน้าจะเจอส่วนของห้องรับแขก ซึ่งทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางของบ้าน ก่อนจะแยกไปยังห้องต่างๆ โดยเน้นที่ความต่อเนื่องของแต่ละพื้นที่ และใช้การยกระดับเป็นขั้นบันไดเตี้ยๆ ประมาณ 2-3 ขั้น เพื่อแบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน มีจุดเด่นที่การใช้ซุ้มประตู-หน้าต่างโค้ง (Arch) กั้นระหว่างห้องและรอบตัวบ้าน เพื่อให้บ้านสามารถรับลมได้อย่างเต็มที่ แต่ละห้องตกแต่งด้วยสีสันจัดจ้าน ทั้งในส่วนของโครงสร้างบ้าน และของใช้ของตกแต่งที่เจ้าของบ้านช่วยกันเสาะหา สะสมมา อีกทั้งเฟอร์นิเจอร์รูปทรงแปลกตาที่ออกแบบให้ช่างทำ บ้านหลังนี้จึงมีเอกลักษณ์ และสะท้อนรสนิยมของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี

"ด้วยความที่ผมใช้ชีวิตอยู่ไมอามี่เป็นเวลานาน ทำให้ซึมซับการใช้สีสดของอาคารบ้านเรือนในแถบนั้นมามาก เมื่อจะสร้างบ้านจึงอยากให้มีกลิ่นอายของสไตล์แคริบเบียนอย่างนั้นบ้าง"

"
สีที่เลือกใช้ในแต่ละส่วน ผมก็เลือกตามความรู้สึก โดยดูจากแสงและองค์ประกอบรอบๆ เราสนุกกับการแต่งบ้านด้วยตัวเอง ไม่ต้องมีทฤษฎี ไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัว อาศัยการทดลองไปเรื่อยๆ อย่างบ้านหลังนี้ ก็ผสมผสาน ทั้งการใช้สีพื้น เล่นสีสดที่ตัดกัน และการเพ้นท์ลายเป็นรูปดอกไม้ ซึ่งงานส่วนมากผมจะลงมือทำด้วยตัวเอง เช่นบางทีรู้สึกอยากเปลี่ยนสีประตู ก็ลุกขึ้นมาทาใหม่เสียดื้อๆ อย่างนั้น มันเป็นไปตามอารมณ์ ผมว่า เรื่องของสีมันเกี่ยวข้องกับอารมณ์ความรู้สึกอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น เมื่อมาที่นี่อีกที ก็อาจจะเห็นว่าบ้านดูไม่เหมือนเดิมแล้ว"

เมื่อดูจากฝีมือการแต่งบ้านที่จัดจ้าน และสนุกสนานไม่แพ้สีที่เขาเลือกใช้ อาจจะคาดไม่ถึงว่า ในความเป็นจริง คุณวิรุฬรักการอยู่บ้านมากทีเดียว เขาบอกกับเราว่า เมื่อว่างจากการทำงาน เวลาที่มีอยู่ของเขา ก็หมดไปกับการแต่งบ้านและจัดสวนนั่นเอง ดูได้จากสวนบริเวณรอบๆบ้าน ที่ได้รับการดูแลและจัดวางตกแต่งได้อย่างสวยงามน่าอัศจรรย์

และคงเพราะความมั่นใจและเข้าใจในสิ่งที่ชอบนี่เอง ที่ทำให้ไม่ว่าจะมีบ้านสักกี่หลัง บ้านก็ยังคงเป็นตัวแทนที่สะท้อนบุคลิกที่"ไม่จำเป็นต้องเหมือนใคร"ของเจ้าของบ้านได้ดีเสมอ

จากมุมรับแขกมองไปยังห้องทำงาน ที่กั้นด้วยฉากแบบซิกแซ็กสีม่วงกรุด้วยกระจกสีน้ำเงิน ตกแต่งด้วยบรอมีเลียดสีสดในกระถาง

จากทางเข้าด้านข้าง จะเจอส่วนพักผ่อนก่อนเข้าสู่ห้องครัวและห้องนอนใหญ่  จัดวางเก้าอี้นั่งสบายทั้ง Butterfly Chair และเก้าอี้ Pastille รูปทรงกลมสีขาว ออกแบบโดย Earo Aarnio วางตกแต่งด้วยหมอนสีสด เป็นการผสมผสานวัฒนธรรมที่หลากหลายให้ดูกลมกลืน สังเกตลูกตั้งของบันได้ก่อนขึ้นไปยังห้องครัว เจ้าของบ้านเลือกใช้เศษกระเบื้องที่แตกๆ มาตกแต่งเพิ่มพื้นผิวให้ดูน่าสนใจ

เมื่อเข้าสู่ในบ้าน จะพบกับมุมรับแขกที่ตกแต่งอย่างสะดุดตาด้วยเก้าอี้ผักตบชวาสาน ซึ่งนำมาทาสีเอง โดยพนักของเก้าอี้โค้งรับกัน สีสันของเบาะนั่งและหมอนอิงดูโดดเด่นจากผนังสีฟ้าด้านหลัง ทว่าเข้ากันได้ดีกับพรมชิ้นผ้าทอมือหลากสีที่ปูพื้นเพื่อสร้างขอบเขต

มุมรับประทานอาหารเล็กๆในห้องครัว วางชุดโต๊ะเก้าอี้ทำจากเหล็กและไม้ที่คุณวิรุฬออกแบบเอง เลือกใช้สีส้มให้ดูโดดจากผนังห้องที่ทาด้วยสีเขียวน้ำทะเล ตกแต่งด้วยกรอบกระจกที่ทำมาจากกิ่งไม้ และกรอบรูปสีเหลืองสด ให้บรรยากาศและสีสันแบบใต้ท้องทะเล พื้นไม้ทาสีเขียวสลับฟ้าตามลายทางเป็นเส้นนำสายตา ด้านหน้าซุ้มประตูโค้ง วางกระถางบรอมีเลียดสีเหลือง ต้นไม้สีสวยสำหรับบ้านสีสด

สังเกตได้ว่านอกจากโทนสีขาวหรือสีอ่อนๆที่เหมาะจะใช้กับห้องขนาดเล็กแล้ว  การใช้สีสดก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้ห้องมีบรรยากาศอบอุ่นและสนุกสนาน ไม่จำเจ

ห้องนอนแขก ถึงจะมีขนาดเล็ก แต่การจัดวางและสีสดใสก็เพิ่มความน่าสนใจให้มากทีเดียว อย่างผนังห้องทาด้วยสีส้มสด ชุดโต๊ะแต่งตัวสีเหลือง และผ้าคลุมเตียงสีบานเย็น

ห้องนอนเล็ก เน้นสีสันสดใสที่ชุดเครื่องนอนและผ้าที่แขวนห้อยเป็นจังหวะลงมาจากเพดาน ในโทนสีเหลือง-บานเย็น-เขียวตอง ซึ่งเป็นผ้าสไตล์เกาหลีที่เจ้าของบ้านถูกใจการเลือกจับคู่สีสด


มุมนั่งเล่นเล็กๆในสวน สังเกตม้านั่งเป็นก้อนปูนหล่อขึ้นอย่างดิบๆ แต่งด้วยเศษกระเบื้องสี ฝีมือคุณวิรุฬเอง วางบนพื้นที่ปูด้วยหินก้อนใหญ่ ประกอบกับโต๊ะและสตูลรูปขอนไม้ สร้างบรรยากาศและสัมผัสที่แปลกตาเกินจริง