|
ในบ้านทั่วไป นอกจากห้องนอนจะเป็นที่สำหรับนอนแล้ว ยังใช้เป็นพื้นที่สำหรับแต่งตัว ดูทีวี อ่านหนังสือ และเป็นบริเวณที่เก็บข้าวของสำคัญหรือของมีค่าต่างๆ ด้วย ห้องนอนจึงต้องจัดวางไว้ในโซนที่บุคคลภายนอกไม่สามารถรุกล้ำเข้ามาได้โดยง่าย ปลอดเสียงรบกวนจากภายนอกในยามค่ำคืน และไม่เปิดรับแสงสว่างที่จัดจ้าเกินไปในช่วงเช้า
วารสารของ "สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน" แนะนำว่า ลักษณะการออกแบบและขนาดของห้อง การออกแบบห้องนอนนั้นไม่มีกฎเกณฑ์ที่ตายตัว เนื่องจากเป็นความชอบและรสนิยมส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย บางคนอาจชอบห้องนอนที่โปร่งโล่ง มีแสงธรรมชาติเข้าถึงในยามเช้า ในขณะที่บางคนชอบห้องนอนที่ปิดทึบ ชอบบรรยากาศสลัวๆ เพื่อตอบสนองการพักผ่อน
แต่สิ่งที่สำคัญในการออกแบบห้องนอน คือการถ่ายเทอากาศที่ดี หากห้องนอนไม่มีการถ่ายเทอากาศที่ดีแล้ว จะทำให้เจ้าของห้องนอนหลับไม่สบาย อาจจะเป็นแหล่งของโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะโรคที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ เป็นผลเสียต่อสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ลดประสิทธิภาพการทำงาน
การจัดวางตำแหน่งทิศทางของห้องนอน จึงควรให้ได้รับแสงสว่างบ้างในช่วงเวลากลางวัน แต่ไม่รับแดดจ้าจนทำให้ห้องเก็บความร้อนเอาไว้มากเกินไป และคายความร้อนออกมาในเวลากลางคืน มีช่องเปิดสู่ภายนอกให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพในยามเช้า รับลมธรรมชาติได้บ้าง
เฟอร์นิเจอร์ทั่วไปในห้องนอน ประกอบด้วยเตียง ชั้นวางทีวี หรือชั้นหนังสือ ตู้เสื้อผ้า ซึ่งมักกำหนดการจัดพื้นที่ด้วยตำแหน่งของเตียงนอนเป็นหลัก โดยมักออกแบบให้หัวเตียงวางชิดกับผนังด้านใดด้านหนึ่ง และด้านปลายเท้าอาจมีเคาน์เตอร์วางทีวี เพื่อสะดวกในการนอนเล่นดูทีวีก่อนนอน อาจมีโต๊ะหรือตู้เตี้ยๆ ข้างหัวเตียงสำหรับวางโคมไฟอ่านหนังสือ
ส่วนตู้เสื้อผ้า และเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ นั้น วางแยกจากเตียงนอนตามความเหมาะสมในการใช้งาน แต่ไม่ควรมีมากจนทำให้ห้องอับทึบ เกิดความอึดอัด
ขนาดของห้องนอนมักจะขึ้นกับขนาดเตียง ซึ่งมีความยาวมาตรฐานประมาณ 2.00 เมตร ส่วนความกว้างแบ่งออกเป็นชนิดเตียงเดี่ยว เตียงคู่ ขึ้นกับจำนวนผู้ใช้งาน การกำหนดพื้นที่ขั้นต่ำในห้องนอนสำหรับ 1 คน จะใช้ประมาณ 4-6 ตารางเมตร ห้องนอนขนาดเล็กสำหรับนอน 2 คน ควรมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 12 ตารางเมตร (3.00 x 4.00)
|