จัดสรรพื้นที่เล็กๆหน้าบ้านให้ใช้งานได้หลายอย่าง ทั้งมุมนั่งเล่น และบ่อเลี้ยงปลา ซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ ทำให้ดูร่มรื่น

 

 
บริเวณรั้วหน้าบ้านที่เคยเป็นกำแพงโล่งสีขาวกับตู้จดหมายสีแดง วันนี้ต้นไม้ริมรั้วเติบโตร่มครึ้ม เจ้าของบ้านจึงวางเก้าอี้ไม้สีขาว กลายเป็นจุดนั่งพักผ่อนของทั้งเจ้าของและเพื่อนบ้าน กระบะซีเมนต์ปลูกต้นไม้ด้านหลังดัดแปลงเป็นบ่อเลี้ยงปลา ช่วยให้มุมนี้ยิ่งเย็นสบายมากขึ้น
 
 

 

 
พื้นที่ว่างหน้าบ้านจัดเป็นมุมนั่งเล่นน่าสบายใต้ต้นปีบและพญาสัตบรรณ แต่เนื่องจากว่าปีบใบร่วงค่อนข้างมาก เจ้าของจึงพยายามตัดออก และใช้ร่มเงาจากพญาสัตบรรณเป็นหลัก โดยตัดยอดให้ต่ำลงเพื่อให้ทรงพุ่มแผ่ออกกว้าง
   

 
พื้นที่ว่างหน้าบ้านจัดเป็นมุมนั่งเล่นน่าสบายใต้ต้นปีบและพญาสัตบรรณ แต่เนื่องจากว่าปีบใบร่วงค่อนข้างมาก เจ้าของจึงพยายามตัดออก และใช้ร่มเงาจากพญาสัตบรรณเป็นหลัก โดยตัดยอดให้ต่ำลงเพื่อให้ทรงพุ่มแผ่ออกกว้าง
   

 
พื้นที่หน้าบ้านใต้ซุ้มม่านบาหลีปลูกไม้กระถางและไม้แขวนชนิดทนร่มวางลดหลั่นระดับกัน ทำให้เกิดมิติในการมอง

 
บ่อเลี้ยงปลาข้างที่จอดรถทำขึ้นเพื่อแทนที่ไม้กระถางที่ใบร่วงต้องคอยเก็บออก โดยก่อบ่ออย่างง่ายๆ และฉาบผิวข้างแบบไม่ตั้งใจ ติดกรวดตกแต่งเพิ่มเติม ภายในบ่อเลี้ยงปลาและปลูกไม้น้ำ ได้แก่ พัดโบกริ้วทอง กกอียิปต์ กกแก้ว ลำแพน

 
สามปีก่อน บริเวณหน้าบ้านจัดวางไม้กระถางขนาดต่าง ๆลดหลั่นระดับกันลงมา โรยกรวดขาวเป็นแนวเพื่อปิดพื้นแข็ง ๆด้านล่างและช่วยให้เกิดขอบเขตของพื้นที่ปลูกต้นไม้

 
ปัจจุบัน มุมเดียวกันแต่เจ้าของบ้านทำระแนงไม้ปลูกม่านบาหลีให้เลื้อยขึ้นไป วางอิฐมอญรองพื้นสำหรับวางไม้กระถาง แบ่งสัดส่วนระหว่างพื้นที่ปลูกต้นไม้และที่จอดรถ

 
ปูพื้นอิฐมอญแทนพื้นไม้เดิมที่เริ่มผุพัง เพื่อให้เข้าไปใช้งานบริเวณบ่อเลี้ยงปลาได้สะดวก

 

 

หลังจากขายคอนโดมิเนียมที่พัทยาและตัดสินใจซื้อทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียวที่สัตหีบ ซึ่งมีพื้นที่ว่างหน้าบ้านขนาดกะทัดรัดเช่นเดียวกับบ้านจัดสรรทั่วไป จากความชอบต้นไม้บวกกับพื้นฐานทางศิลปะที่มีอยู่ในตัวจึงทำให้สวนแห่งนี้ค่อยๆเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย จนกระทั่งแทบทุกตารางนิ้วอัดแน่นไปด้วยพรรณไม้ จากหน้าบ้านโล่ง ๆและค่อนข้างร้อนกลายเป็นบ้านที่มีความร่มรื่น
 
"ภาพสวนในความคิดผมตั้งแต่เริ่มแรกคือ ป่า ทำอย่างไรก็ได้ให้มีป่าอยู่ในบ้าน ตอนเริ่มใหม่ ๆต้นไม้ยังไม่โตนักก็ต้องเลือกต้นที่ชอบแดด พอสักพักต้นไม้เริ่มโตขึ้นจึงปรับเปลี่ยนเป็นพรรณไม้ที่ทนร่ม ถึงตอนนี้ต้นไม้ใหญ่โตให้ร่มเงาเต็มที่ ร่มสนามที่เคยตั้งในสวนก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป"
 
พื้นที่หน้าบ้านขนาดเพียง 3 x 6 เมตร หากแต่เต็มไปด้วยพรรณไม้หลายชนิด มุมหนึ่งจัดเป็นเก้าอี้นั่งพักผ่อนในสวน  ตรงกันข้ามเป็นบ่อเลี้ยงปลาขนาดเล็กทำขึ้นง่าย ๆ บริเวณหน้าบ้านนอกจากจะมีไม้กระถางวางลดหลั่นกันแล้ว ยังมีซุ้มไม้เลื้อยเสริมให้มุมนี้ยิ่งร่มขึ้นเป็นทวีคูณ
 
"เมื่อสามปีก่อนบริเวณหน้าบ้านแดดจะส่องถึง ในสวนค่อนข้างร้อน ผมจึงทำเสาโครงเหล็กส่วนด้านบนตีระแนงไม้เพราะไม่ต้องการทำถาวร และปลูกม่านบาหลีให้เลื้อยขึ้นไปทำให้หน้าบ้านร่มขึ้นมาก ส่วนตรงด้านข้างที่จอดรถเดิมวางไม้กระถาง พอเริ่มมากขึ้นเวลาใบร่วงก็จะเน่าอยู่บนพื้น จึงเปลี่ยนมาเป็นบ่อปลาเล็กๆ เลี้ยงปลาสอด ปลาหางนกยูง และปลูกไม้น้ำแทน"
 
"ตอนที่ลงนิตยสารไปช่วงแรก ๆ มีผู้อ่านบ้านและสวนตามมาที่บ้านครับ เขาจำตู้จดหมายหน้าบ้านได้ ทุกคนที่มาจะบอกว่านึกว่าสวนใหญ่กว่านี้ พอมาเห็นจริงเล็กนิดเดียว ตอนนี้ของหลาย ๆอย่างในสวนเริ่มผุพังจึงต้องคอยเปลี่ยนใหม่ เช่น พื้นไม้ตรงบ่อเลี้ยงปลาก็เปลี่ยนเป็นพื้นอิฐเนื่องจากไม้เริ่มผุ ส่วนเก้าอี้นั่งเล่นในสวนก็เปลี่ยนออก เพราะของเดิมเป็นไม้ฉำฉาซึ่งไม่ทนอยู่แล้ว แต่เราก็คิดว่าซื้อมาในราคาถูกใช้สักปีสองปีก็คุ้มแล้ว"
 
คุณวินิตกล่าวทิ้งท้ายว่า 
"ผมคิดว่าสวนที่ดีควรเป็นสวนที่ใช้งานได้ หากทุกคนมีพื้นที่แค่นี้แล้วปลูกต้นไม้ก็จะได้ความร่มรื่น แม้ว่าจะมีเวลาเพียงนิดเดียวพอต้นไม้โตขึ้นเขาก็จะพึ่งพากันได้เอง บางครั้งผมไม่อยู่บ้านหลายวันกลับมาต้นไม้ก็ยังดูดี สิ่งที่ภูมิใจที่สุดคือตอนย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ ไม่มีบ้านไหนปลูกต้นไม้เลย พอเราเริ่ม บ้านอื่นก็เริ่มทำบ้างเหมือนซึมซับกันไปเอง ผมคิดว่าในอนาคตคงไม่จบอยู่ที่นี่ อยากไปจบแถวจันทบุรีหรือตราด มีสวนผลไม้รอบบ้าน แต่ตอนนี้เรายังมีหน้าที่ที่ต้องทำ ที่สัตหีบมีงาน ทะเล ชุมชน และเพื่อนฝูง ก็ยังมีความสุขกับตรงนี้อยู่"

เรื่อง : "วรัปศร"
ภาพ : ชัยพฤกษ์ โพธิ์แดง
ภาพประกอบ : มาโนช กิตติชีวัน
เจ้าของ-จัดสวน: คุณวินิต หาดอ้าน