เมื่อสถาปนิกหนุ่มผู้สร้างสรรค์ผลงานเฟอร์นิเจอร์ระดับนานาชาติขึ้นจากเศษวัสดุ มาลงมือปรับโฉมทาวน์เฮ้าส์เก่า ช่างน่าติดตามดูว่าจะแปลงโฉมได้อย่างไร

พื้นที่ทำงานชั้นสองที่แบ่งเป็นสัดส่วน มีมุมประชุมและมุมทำงาน ทางขึ้น-ลงบันไดกั้นด้วยบานประตูเลื่อนกระจกฝ้า

 

หลายคนคงจะคุ้นตากับเฟอร์นิเจอร์ไม้ดีไซน์เรียบทันสมัยที่กำลังเป็นที่จับตาของ Osisu ด้วยความสวยของเฟอร์นิเจอร์และแนวคิดเบื้องหลังของอาจารย์สถาปนิกหนุ่ม ดร. สิงห์ อินทรชูโต ดีไซน์ไดเรคเตอร์ แห่ง Osisu ในการนำไม้ที่เหลือเป็นเศษวัสดุในงานตกแต่งหรืองานทำสินค้าต่าง ๆ มาทดลองและพัฒนาพร้อม ๆ ไปกับการออกแบบที่สวยเด่น จนวันนี้ เฟอร์นิเจอร์ของ Osisu ได้เป็นหนึ่งในผลงานจากประเทศไทยที่จะถูกนำไปจัดแสดงในงาน Mason & Objet ณ กรุงปารีส ในเดือนกันยายนนี้

 

เมื่อถึงคราวที่สถาปนิกหนุ่มผู้นี้ จะต้องมาปรับโฉมทาวน์เฮ้าส์หลังเก่าที่แคบเล็กและมืดทึมแล้ว แถมยังมีช่างฝีมือไม่ติดอันดับที่ต้องตามประกบกันแจอีก แต่ท้ายที่สุดก็แปลงโฉมจนกลายเป็นทาวน์เฮ้าส์ 3 ชั้นที่โปร่งโล่งสว่างไสว อันเป็นทั้งที่ทำงาน โกดังย่อย ๆ และที่อยู่ของอาจารย์หนุ่มผู้นี้ แต่ที่เขาไม่ยอมทิ้งทั้งแนวคิดหรือเศษวัสดุ พร้อมยังเพิ่มไอเดียอันแยบยลเพื่อแก้ไขปัญหาแสงสว่างและการระบายอากาศที่เป็นปัญหาที่พบเห็นบ่อยในอาคารลักษณะนี้

ชิ้นส่วนของแผ่นไม้ที่มาจากการนำเศษไม้มาอัดให้เป็นแผ่น ก่อนที่จะนำไปทำเฟอร์นิเจอร์ทรงเท่ของ Osisu

อีกมุมหนึ่งของพื้นที่ทำงาน เบื้องหลังประตูบานเลื่อนคือห้องน้ำที่มีหน้าต่างขนาดใหญ่ชั้นวางของทรงสูงเป็นผลงานต้นแบบที่เพิ่งส่งประกวดไปไม่นาน เก้าอี้ Lami สีเข้มวางเด่นหน้าห้องน้ำ และฉากกั้นแสงลวดลายกลมคือกระบอกไม้ไผ่ที่ตัดและเรียงประกอบ

 

“ทาวน์เฮ้าส์นี่เราสร้างขึ้นเองมานานแล้วก็เหมือนทาวน์เฮ้าส์ทั่วไป มีห้องด้านหน้าด้านหลัง เดิมก็ค่อนข้างมืด แถมเพดานก็ต่ำเพราะมีการติดฝ้าไว้” อาจารย์สิงห์เล่า สิ่งแรกที่เขาทำคือรื้อฝ้าเพดาน เปลี่ยนหน้าต่างด้านหน้าและด้านหลังที่มีขนาดเล็กออก แต่ติดตั้งหน้าต่างกระจกใสบานใหญ่สูงจากพื้นจรดคานเพื่อให้แสงสว่างเข้ามาได้มากที่สุดและเพื่อสร้างให้มีการระบายอากาศทั่วทุกชั้นทั้งบ้าน จึงได้รื้อผนังภายในออกเกือบทั้งหมดอีกด้วย “หลังจากรื้อหน้าต่างเปลี่ยนใหม่หมดเพื่อให้อากาศถ่ายเทดีขึ้น ผมเลยต้องเอาผนังกลางบ้านออกทั้งหมดอีก ในบางส่วนที่ต้องการผนังเพื่อความเป็นสัดส่วน หรือส่วนตัว ก็ติดหน้าต่างบานเกล็ดเข้าไปแทนผนังทึบ สามารถเปิดเพื่อระบายอากาศและปิดเพื่อความเป็นส่วนตัว” อาจารย์สิงห์อธิบาย

 

ไม้กระดานติดลูกล้อใช้เป็นที่วางรองเท้าในพื้นที่ทำงานสวยเท่แปลกตา

 

บริเวณช่วงหลังคาด้านบนของช่องบันไดได้ติดตั้งสกายไลท์เพิ่มเติมเพื่อให้แสงส่องสว่างเข้ามาในบ้านได้มากขึ้น “ผมคิดในใจว่าเป็น ‘ท่อแสง’ ให้แสงส่องจากหลังคาผ่านบันไดโปร่งลงถึงทุกชั้น รวมทั้งส่องผ่านเข้าไปในห้องที่อยู่ด้านข้างซึ่งได้เปลี่ยนเป็นผนังกระจกบานเกล็ดได้อีกด้วย” อาจารย์สิงห์กล่าว

 

โถงบันไดขึ้นสู่ชั้นสามบริเวณชานพักบันไดที่มักปล่อยทิ้งว่างติดตู้เก็บของแบบแขวนผนังที่ดูบางตาและง่ายในการกวาดถู สกายไลท์ช่องเล็กที่ส่องสว่างอย่างพอเพียงผ่านบันไดโปร่งลงไปถึงชั้นหนึ่ง หน้าต่างกระจกบานเกล็ดแผงใหญ่คือผนังของห้องนอนหลักและห้องนอนสำรองสามารถเปิดระบายอากาศได้อย่างทั่วถึง