ป่าเขียวขจีสองข้างทางกับหมอกที่โรยตัวลงมาบาง ๆหลังฝนตกทำให้ถนนสายเด่นชัย-แพร่ ดูสวยเป็นพิเศษ การเดินทางขึ้นเหนือในหน้าฝนเป็นสิ่งที่ออกจะผิดแปลกไปสักหน่อย ภาพของป่าผลัดใบที่ดูแห้งแล้งกับลมเย็น ๆในหน้าหนาวถูกกลบด้วยความชุ่มฉ่ำจนหมดสิ้น เมืองแพร่ยังคงเป็นอีกหนึ่งในหลายจังหวัดที่น้อยคนนักจะนึกถึงหากเดินทางขึ้นเหนือ
|
|
|
 |
|
ทางเดินนำไปสู่บ้านพักรับรองไม้หลังเก่าซึ่งซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้เขียวครึ้มที่ผ่านฝนมาแล้วช่วงหนึ่ง | |
|
|
|
 |
|
ม้านั่งไม้ในซุ้มต่อแบบง่าย ๆ บนพื้นซุ้มปูแผ่นศิลาแลงซึ่งในช่วงฤดูฝนจะเห็นมอสและตะไคร่ขึ้นคลุมดูเขียวเป็นธรรมชาติ | |
|
|
|
 |
|
ทางเดินศิลาแลงข้างบ้านพักรับรองมีขนุนและลั่นทมเป็นไม้ใหญ่ให้ร่มเงา ส่วนสองข้างทางปลูกไม้ขนาดเล็กทำให้ดูมีสีสัน เช่น ลิ้นมังกร คล้า ดาดตะกั่ว และซุ้มกระต่ายด่าง | |
|
|
|
 |
|
บ่อเลี้ยงปลาขนาดเล็กหน้าบ้านสร้างอย่างง่าย ๆไม่ได้ตอกเสาเข็ม เนื่องจากเป็นพื้นที่ในต่างจังหวัดจึงไม่มีปัญหาเรื่องพื้นทรุดตัว แต่เพราะไม่ได้ทำระบบกรองจึงติดตั้งหัวน้ำพุขนาดเล็ก และเปลี่ยนน้ำประมาณสองเดือนครั้ง | |
|
|
|
 |
|
เดิมมุมนี้เป็นกอไผ่ที่ปลูกมานานตั้งแต่ก่อนย้ายมาอยู่ เมื่อปีที่ต้นไผ่ออกดอกทำให้ตายลงไปเกือบทั้งหมด จึงปรับเปลี่ยนโดยนำสับปะรดสีมาปลูกแทน และจัดวางร่วมกับโอ่งน้ำที่มีอยู่เดิม | |
|
|
|
 |
|
พื้นที่ข้างบ้านพักรับรองซึ่งชั้นล่างเป็นใต้ถุนโล่งมีที่นั่ง และโต๊ะรับประทานอาหาร สามารถมองออกมาเห็นสวนโดยรอบได้ทั่วถึง ในจุดที่แคบ ๆและใต้ต้นไม้ปลูกไม้คลุมดินแซมขึ้นมา เช่น กาบหอยแครง ซุ้มกระต่ายด่าง ทำให้ดูแลรักษาง่าย | |
|
|
|
 |
|
ทางเดินนำไปสู่สวนด้านหลังเรียงกรวดเป็นลวดลายหลายแบบ ขอบทางเดินปลูกไม้คลุมดินยาวตลอด ในจุดที่ร่มมาก ๆปลูกหญ้าไม่ได้จึงใช้หนวดปลาดุกซึ่งทนร่มได้ดีแทน | |
|
|
|
 |
|
เสาไม้ด้านหลังทำเป็นฉากบังโรงเรือนเพาะชำ จัดกลุ่มปลูกพืชตระกูลพลูให้เลื้อยขึ้นคลุม ได้แก่ พลูเคี้ยวหมาก พริกไทย ดีปลี จะค้าน (พืชพื้นเมืองนำมาใช้ใส่ลาบ น้ำพริกในอาหารเหนือ) | |
|
|
|
 |
|
โคมไฟผ้าฝ้ายที่ผลิตเองนำมาตกแต่งภายในสวน สร้างบรรยากาศให้สวนดูอบอุ่น | |
"จะไปแยกฮ่อง (ร่อง) ฟองก๊า? น้องต้องหย้อนกลับไป หรือเลยไปก่อนกะได้" อีกเสียงหนึ่งแทรกมา "แต่ว่าหย้อนไปง่ายกว่าพอเจอเซเว่นกะเลี้ยวซ้ายเลย ไปแฮ่มน้อยเดียวกะเถิงแยกฮ่องฟองแล้ว" คุณลุงคุณป้าช่วยเหลือเราด้วยคำบอกเป็นภาษาคำเมืองฟังไพเราะแต่ออกจะแปลกหูไปจากสำเนียงเชียงใหม่ที่คุ้นกว่าสักหน่อย ในที่สุดซุ้มประตูไม้ ตุงสีเหลืองที่โบกปลิว และป้ายคำว่าบายศรีข้างหน้าก็ชี้ชัดว่าเรามาถูกที่แล้ว คุณช้าง - ศักดิ์จิระ เวียงเก่า เจ้าของสถานที่ยืนรอต้อนรับเราอยู่ ที่นี่ต้นไม้ใหญ่หลายต้นแผ่คลุมจนเห็นท้องฟ้าเพียงเล็กน้อย เราเดินสำรวจไปรอบ ๆ พร้อมกับเสียงเล่าถึงความเป็นมาว่า
"เดิมที่นี่เป็นทุ่งนาหมดเลยครับ พอผมคิดจะย้ายมาอยู่เลยถมดินทิ้งไว้ก่อนหนึ่งปี โดยใช้ดินนาเพราะตั้งใจไว้แล้วว่าจะปลูกต้นไม้จึงไม่ใช้ดินลูกรังเด็ดขาด เริ่มแรกผมปลูกไผ่ก่อนแล้วต้นอื่น ๆก็ตามมา บ้างก็ขึ้นเอง มีทั้งมะกอกป่า มะเดื่อ บางต้นเป็นไม้พื้นเมือง เช่น ผักเฮือด ที่นิยมนำมาทานกับน้ำพริก จนตอนนี้ 13 ปีได้แล้วครับ ต้นไม้โตเต็มที่จนร่มไปหมด"
ภายในพื้นที่กว่า 4 ไร่ประกอบด้วย โรงงานออกแบบลายผ้า ห้องแสดงสินค้า และบ้านพัก นอกรั้วออกไปยังมีนาข้าวอีกหลายไร่ ซึ่งทุกส่วนจัดสวนแบบง่าย ๆมีแปลงไม้พุ่มไม้คลุมดินแทรกอยู่กับต้นไม้ใหญ่ ขณะเดียวกันยังมีของสะสมของตกแต่งที่ทำเองมาประดับอยู่ในสวน ไม่ว่าจะเป็นไม้เก่า ของใช้พื้นบ้าน โคมไฟ ทำให้สวนแห่งนี้เต็มไปด้วยของสะสมที่ดูอบอุ่นบ่งบอกความเป็นตัวตนของเจ้าของได้ดี
"ผมชอบสะสมของเก่าพวกงานไม้ต่าง ๆ เช่น กระสวยสำหรับทอผ้า เครื่องใช้ไม้สอย รวมทั้งโอ่งต่างๆทั้งโอ่งย้อมคราม ไหนึ่งใบชา โอ่งดินเผาหลายขนาด ซึ่งตั้งใจซื้อมาจัดสวนโดยเฉพาะ ส่วนต้นไม้เกือบทุกต้นที่นี่เราเพาะขยายพันธุ์เอง เพราะร้านต้นไม้มีน้อยหาซื้อต้นไม้ยาก ดินที่ใช้ปลูกต้องใช้วิธีซื้อวัสดุมาผสมเองทั้งแกลบดิบ ขี้เถ้าแกลบ ปุ๋ยคอก ทราย และกาบมะพร้าว ซื้อกันทีเป็นคันรถ เพราะต้องคอยผสมไว้สำหรับเติมดินในกระถาง หรือในแปลงที่เริ่มพร่องลงไป อีกอย่างคือเราไม่ใช้สารเคมีเลย หมักปุ๋ยอินทรีย์ใช้กันเอง ซึ่งผมมีคนสวนอยู่สองคนคอยช่วยดูแลรดน้ำเติมดินต้นไม้ให้ แต่ก็ทำหน้าที่สารพัดทำนาบ้าง เดี๋ยวก็ไปกลึงไม้ หรือไม่ก็ซ่อมโน่นซ่อมนี่
"หากดูภาพสวนครั้งที่แล้วกับครั้งนี้จะเห็นชัดครับว่าแต่ละฤดูสวนต่างกันอย่างไร คราวก่อนที่มาถ่ายภาพตรงกับช่วงหน้าแล้งต้นไม้ผลัดใบเกือบหมดสวนก็เป็นอีกแบบหนึ่ง พอคราวนี้หน้าฝนต้นไม้เขียวชุ่มฉ่ำ นี่ละครับเอกลักษณ์ของสวนที่นี่ สวยตามฤดูกาล ช่วงหน้าฝนก็สวยหน่อย พอช่วงหน้าแล้งก็สวยน้อยหน่อย เราทำไปเรื่อย ๆบางครั้งมุมนี้สวยแต่อีกมุมโทรมไม่เป็นไรปล่อยไว้ก่อน เพราะที่นี่ไม่ใช่โรงแรมที่สวนต้องสวยตลอดเวลา เรียกว่าสวยน้อย ๆแต่สวยนาน ๆครับ (หัวเราะ)