ตลอดจนผู้คนหลายเชื้อชาติทั่วโลก  สืบเนื่องจากความเชื่อที่ว่า ฮวงจุ้ยเป็นเคล็ดลับสำคัญในการแก้ชะตากรรม โดยไม่ยอมจำนนต่อลิขิตฟ้า ที่นักปราชญ์ชาวจีนคิดค้นขึ้นมาเป็นเวลานานแล้ว

ทุกวันนี้ 'ฮวงจุ้ย' จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญไม่น้อย ในการปลูกสร้างบ้านเรือน อาคารสำนักงาน และสถานที่ราชการต่างๆ แม้แต่ตึกไทยคู่ฟ้า (ทำเนียบรัฐบาล) โดยมีความเชื่อว่าจะนำมาซึ่งโชคลาภ ความสุขและความสำเร็จมาสู่ผู้อยู่อาศัย

“เจ้าของธุรกิจไม่ว่ารายเล็กหรือรายใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระดับเจ้าสัวนั้น บอกได้เลยว่าดูเกือบทุกคน เพียงแต่ว่าจะเปิดเผยหรือไม่ บางท่านอาจจะขอให้ซินแสไปช่วยดูในวันเสาร์-อาทิตย์ที่บริษัทหยุดงาน เพื่อไม่ต้องการให้พนักงานเอาไปพูดว่าเชื่อเรื่องอย่างนี้ เพราะส่วนใหญ่พอพูดคำว่าฮวงจุ้ย ก็มักจะไปคิดถึงเรื่องการติดกระจกโป๊ยข่วย เสือคาบดาบ ซึ่งเป็นไสยศาสตร์จีน ไม่ได้เกี่ยวกับฮวงจุ้ย” อาจารย์มาศ เคหาสน์ธรรม แห่งสถาบันค้นคว้าวิชาการฮวงจุ้ยแห่งประเทศไทย บอกถึงความนิยมในการนำฮวงจุ้ยเข้ามาประกอบการทำธุรกิจ พร้อมอธิบายหลักการสำคัญที่ทำให้ฮวงจุ้ยได้รับความนิยมทั่วโลกไม่เฉพาะใน หมู่ชาวจีนว่า

หลักการของวิชานี้อธิบายถึงปัจจัยที่มีผลต่อความสำเร็จของชีวิตมนุษย์อันมี อยู่ 3 ประการ ประกอบด้วย ชะตามนุษย์ คือ ฝีมือ ความสามารถ และการกระทำของมนุษย์ ชะตาฟ้า คือ เวลาเกิด หรือ ดวง และ ชะตาดิน คือ พลังงานของสิ่งแวดล้อมที่มีอิทธิพลต่อคน หรือ ฮวงจุ้ย

 ทั้งหมดนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ศาสตร์จีนโบราณมีที่ทางยืนของตนเองในหมู่ผู้ประกอบ การธุรกิจบ้านเราตั้งแต่รุ่นเล็กไปจนถึงระดับเจ้าสัว