เนื่องจากกระแสความตื่นตัวเรื่องการประหยัดพลังงานในอาคารสำนักงานและตามบ้านเรือนกำลังเป็นที่จับตามองของประชาชนอย่างน่าสนใจ
โดยจะเห็นการรณรงค์ประหยัดพลังงานมากมายหลายรูปแบบอยู่เนืองๆ เช่น
ให้ปรับเปลี่ยนความเคยชินในการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ปิดเมื่อไม่ใช้
หรือใช้อย่างประหยัด อย่างไรก็ตาม การออกแบบอาคารบ้านเรือน
รวมทั้งการเลือกวัสดุก่อสร้างก็เป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญต่อการประหยัดพลังงานด้วย
วันนี้ (31 ม.ค.) สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.)
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) จึงจัดการสัมมนาขึ้น
พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงระหว่างผู้เกี่ยวข้องฝ่ายต่างๆ
ทั้งนี้ได้มีการนำเสนอนวัตกรรม ?ระบบหลังคาเย็น? (Cool Roof System)
โดยนายสิทธิชัย เนี๋ยมเจริญ ผู้จัดการส่วนบริการเทคนิค บริษัท
กระเบื้องหลังคาซีแพค จำกัด
นายสิทธิชัย เผยว่า
ทางบริษัทได้รับแนวคิดสร้างนวัตกรรมมาจากบ้านบรรยากาศชีวภาพ (Bio-Climate
House) ของ 2 ผู้เชี่ยวชาญคือ ศ.ดร.โจเซพ เคดารี
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาคารประหยัดพลังงาน บริษัท ซันซีร์ จำกัด และ
ศ.ดร.จงจิตร์ หิรัญลาภ เมธีส่งเสริมนวัตกรรมพลังงานและสิ่งแวดล้อม สนช.
ซึ่งบ้านดังกล่าวมีแนวคิดที่ภายในผนังบ้านจะมีช่องลมให้อากาศถ่ายเทได้
เปรียบได้กับเป็นเปลือกอาคารที่จะช่วยป้องกันความร้อนและระบายอากาศตามธรรมชาติ
แทนที่แนวคิดเดิมซึ่งจะใช้วิธีการติดฉนวนกันความร้อน
ทั้งนี้ ทางบริษัทได้คิดค้นระบบหลังคาเย็นขึ้น โดยมี ศ.ดร.จงจิตร์
และศ.ดร.โจเซพ เป็นผู้ทดสอบผลิตภัณฑ์ให้
ซึ่งระบบนี้อาจแบ่งเป็นส่วนประกอบหลักๆ คือ
แผ่นสะท้อนคลื่นความร้อนที่ทำจากอลูมินัมฟอยล์ ช่องระบายความร้อน
และชุดครอบสันหลังคาระบายอากาศ
นายสิทธิชัย อธิบายว่า 87 %
ของความร้อนในบ้านเกิดจากความร้อนที่ทะลุผ่านหลังคาลงมา
โดยส่วนของสันหลังคาจะร้อนกว่าชายหลังคา
การป้องกันความร้อนที่ถูกจุดและได้ผลดีที่สุด
จึงต้องหยุดความร้อนไว้ที่หลังคา ด้วยการติดตั้งแผ่นสะท้อนความร้อน
เพราะจะทำหน้าที่สกัดความร้อนที่ทะลุกระเบื้องหลังคาลงมา
และสะท้อนกลับไปทันทีถึง 95% ความร้อนจึงไม่เล็ดลอดเข้ามาในตัวอาคาร
นายสิทธิชัย อธิบายอีกว่า
ส่วนความร้อนส่วนใหญ่ที่ถูกสกัดโดยแผ่นสะท้อนความร้อนจะถูกดูดซับโดยอากาศที่อยู่ในช่องว่างระหว่างแผ่นสะท้อนความร้อนกับใต้ท้องกระเบื้อง
ทางบริษัทจึงนำเอาอากาศร้อนดังกล่าวมาสร้างเป็นระบบหมุนเวียนอากาศที่มีประสิทธิภาพเพื่อกำจัดความร้อนออกไปบริเวณสันหลังคาและหลังคาเย็นลง
จึงเหมือนการหล่อเย็นด้วยลม
ทั้งนี้เพราะความเข้าใจที่ว่า
?อากาศร้อนจะลอยตัวขึ้นสูงและดูดอากาศเย็นเข้าไปแทนที่?
กลายเป็นแนวคิดสำคัญที่จะใช้อากาศร้อนในช่องว่างระหว่างแผ่นสะท้อนความร้อนกับใต้กระเบื้องมาเป็นกลไกสำคัญในการดูดอากาศเย็นเข้าไปแทนที่
ขณะที่อากาศร้อนจะถูกระบายออกไปในบริเวณสันหลังคา
หลังคาจึงเย็นเพราะมีอากาศเย็นไหลผ่านตลอดเวลา ภายในบ้านจึงเย็นสบาย
?ดังนั้น เมื่อหลังคายิ่งร้อน
ยิ่งเร่งให้อากาศเย็นถูกดูดเข้าไปแทนที่อากาศร้อนได้เร็วขึ้น
ภายในหลังคาจึงไม่มีอากาศร้อนตกค้าง ภายในบ้านจึงไม่ใช่แค่ไม่ร้อน
แต่จะเย็นสบายเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม? นายสิทธิชัย
กล่าวและแจกแจงข้อดีของระบบนี้ว่าได้แก่
1.เพิ่มประสิทธิภาพให้กับแผ่นสะท้อนความร้อนในการป้องกันความร้อนได้สูงกว่าเดิม
2 เท่า 2.ลดอุณหภูมิภายในตัวบ้านลงได้ 2 องศาเซลเซียส
3.ลดการใช้ไฟฟ้าจากการใช้เครื่องปรับอากาศได้มากกว่า 40% และ
4.เป็นเทคโนโลยีสะอาด เพราะใช้เพียงอากาศในหลังคาเป็นตัวทำงาน
จึงไม่ต้องพึ่งพาพลังงานอื่นๆ
อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่แผ่นสะท้อนความร้อนถูกปกคลุมด้วยฝุ่นจนดำ
นายสิทธิชัย อธิบายว่า จะส่งผลให้ประสิทธิภาพของระบบลดลง 10-15 %
ทว่าระบบนี้ก็ยังจะมีประสิทธิภาพสูงกว่ากรณีที่ใช้แผ่นสะท้อนความร้อนอย่างเดียวประมาณ
30%
ซึ่งจากข้อดีเหล่านี้ทำให้ระบบหลังคาเย็นได้รับรางวัลผลงานนวัตกรรมเด่นด้านเศรษฐกิจในการประกวดรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ
2548 มาแล้ว ส่วนสนนราคาของระบบหลังคาเย็น เขาเผยว่า
หากเปรียบเทียบกับกระเบื้องมุงหลังคาทั่วไปที่มีสีเดียวกันแล้ว
ระบบนี้จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าประมาณตารางเมตรละ 70 บาท
สุดท้ายนี้ นายสิทธิชัย กล่าวทิ้งท้ายว่า ยุคต่อไปจะเป็นยุคของนวัตกรรม
ลำพังการสร้างจุดต่างสินค้า
หรือการลอกเลียนสินค้าจะไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก
ซึ่งเขาให้นิยามของนวัตกรรมว่ามี 5 ข้อ คือ สินค้านั้นๆ ต้อง
1.ใหม่ต่อตลาด 2. ใหม่ต่อตัวเอง 3.ขยายสายผลิตภัณฑ์ออกไป 4.สร้างตลาดใหม่
หรือ 5.สร้างลูกค้าใหม่ นอกจากนั้น นวัตกรรมจะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยหลัก 3
?ส? ด้วยกันคือ สังเกต สงสัย และสอบถาม

บ้านสไตล์บอฮอทรอปิคอลที่มีวิวและกว่างงาม
สองแบบบ้านสไตล์โบฮีเมืองร้อนที่มีสระว่ายน้ำ แผนผังการใช้แสงที่อบอุ่น เปิดให้เห็นภายในด้วยหอบเหวี่ยง อุปกรณ์ตกแต่งธรรมชาติและการแต่งห้องที่สวย...












