จากเขาสูงเสียดฟ้า เส้นทางลดระดับลงมาสู่หุบเหว กระทั่งถึงที่ราบกลางหุบเขา ท้องนาบางตอนว่างโล่ง หลงเหลือเพียงซังข้าวแห้งเป็นตุ่มตอ แสดงให้เห็นว่าชาวนาคว้าเคียวเกี่ยวข้าวไปแล้ว แต่บางตอนยังเหลือทุ่งข้าวสีทองบนท้องนา รวงข้าวแน่นหนาเต็มไปด้วยเมล็ดอวบอ้วน อ้วนจนรวงโค้ง โค้งค่อมคำนับดิน ใช่! เมื่อข้าวเกิดจากน้ำ เกิดจากดิน เติบใหญ่ได้ที่จึงค้อมคารวะผู้ให้กำเนิด แล้วมนุษย์เล่าเคยไหว้ข้าวสักครั้งไหม?



      เมืองปายปลายปีมีนักท่องเที่ยวหนาแน่น ตลาดยามเย็นเต็มไปด้วยผู้คน มีทั้งคนไทยโยงใยไปถึงต่างชาติ ยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น ทั้งหมดคือนักท่องเที่ยวที่หลอมรวมมาอยู่ในเมืองกลางหุบเขา ทำไมต้องเป็นปาย? คำถามง่ายๆ มักผุดขึ้นในใจนักเดินทางไทยผู้มาใหม่เสมอ
 
      พวกที่แบกเป้แสดงให้รู้ว่าเพิ่งมาถึง พวกเขาก้าวเท้าไปตามซอกซอย บ้างมองหาที่พัก บ้างมองหาร้านอาหาร ส่วนพวกที่อยู่นานแล้วมียานพาหนะคู่ใจเฉกมอเตอร์ไซค์หรือจักรยาน พวกที่อยู่นานแล้วอาจไม่มองหาร้านอาหารแต่หันมาหุงหาเอง ส่วนหนึ่งกำลังจับจ่ายซื้อของที่ตลาดสดบนทางเท้า พ่อค้าแม่ค้ามีทั้งคนไทยและไทยภูเขา คนซื้อมีทั้งคนไทยและต่างชาติ เมืองปายยามเย็นเป็นภาพเมืองแห่งความหลากหลายมากมายเผ่าพันธุ์คน เป็นภาพน่ารักเพราะส่วนใหญ่ทักทายกันด้วยรอยยิ้ม






    กระท่อมมุงแฝกริมแม่น้ำปายเป็นกระท่อมหลังเล็ก อาศัยได้ไม่เกินสองคน ดังนั้น จึงเห็นคนเพียงสองคนนั่งทอดกายอยู่บนระเบียง ตรงริมน้ำเห็นคนหลายคู่ทอดน่องลุยน้ำ ไม่หนาวเหรอ? คงไม่หนาวในเมื่อมีใครคนหนึ่งเคียงข้างอยู่มิห่าง คงไม่หนาวเมื่อไหล่บอบบางมีท่อนแขนสีเข้มโอบกอด เห็นแล้วอิจฉาไหมล่ะ?
 
       ก่อนค่ำ มีแพไม้ไผ่ไหลล่องมากับกระแสสาย โบกมือทัก โบกมือตอบ มอบรอยยิ้มให้กัน จากนั้นแพไม้ลื่นไหลหายลับไปกับพงไพร แสงทองสุดท้ายหายไปด้วย ดวงดาวในคืนแรมทอแสง ราตรีในเมืองปายเริ่มแล้ว
  
     ถนนสองสายกลางเมืองปิดไม่ให้รถเข้าแต่ยินดีให้คนเข้า ที่ปิดเพราะเปิด คือเปิดเป็นถนนคนเดิน เดินไปชมไป เดินไปซื้อไป เดินไปทักทายไป เดินชมอะไร? ซื้ออะไร? ทำไมต้องทักทาย?

     

     สองฟากฝั่งถนน ผู้คนชื่นชมงานผ้า งานหัตถกรรม มีทั้งเสื้อ กางเกง ผ้าพันคอ ถุงใส่ผ้า ตะกร้า ฯลฯ ส่วนงานอาร์ตมีภาพถ่าย โปสการ์ด และงานศิลปะซึ่งจัดแสดงที่ Pai Post หอศิลป์แห่งเดียวในเมืองไทยที่แสดงตัวตนได้ชัดเจนมากที่สุด คือ Pai Post มีความเรียบง่าย ง่ายเพื่อบ่งบอกความหมายของชิ้นงานมากกว่าความเลิศหรูของสถานที่ มาทีไรได้ชมงานดีๆ ทีนั้น
 
      ฝั่งตรงข้าม Pai Post มีร้านขายโปสการ์ดอยู่ร้านหนึ่งชื่อ มิตรไทย อาร์ตชอป ร้านนี้เป็นร้านยอดนิยม นิยมเพราะมีโปสการ์ดเท่ๆ ให้เลือกสรร ความจริงร้านอื่นก็มีขายแต่ทำไมใครๆ ก็มาร้านนี้? คงเป็นเพราะการแต่งร้าน คงเป็นเพราะมีงานให้เลือกเยอะ หรืออื่นๆ ซึ่งยังหาเหตุผลไม่เจอ 







 

    1.30 น. นักท่องเที่ยวบนถนนคนเดินหายหน้า ร้านรวงเริ่มเลิกรา ลากลับไปบ้าน ลากลับไปนอน ลากลับไปเก็บของ และลาเพื่อออกมาใหม่

     2.00 น. คนมาเที่ยวปายมีทางเลือกไม่มาก บางคนกลับไปหลับใหลในรีสอร์ต บางคนโอบกอดแฟนสาวอยู่ในบาร์โฟล์ก ละเลียดเบียร์ไทยหัวใจช้าง บางคนเลยเรื่อยไปถึงบาร์บลูส์ยอดนิยมนาม B-Bob
 
      อนก้าวเท้าเข้าไปใน B-Bob มีโทรศัพท์จากเพื่อนที่กรุงเทพฯ บอกว่าตอนนี้มีคอนเสิร์ตสดๆ (โดยมิได้นัดหมาย) ที่หน้าร้านโอลด์เล้ง (RCA) มีสมาชิกวงอินคา โป่ง เดอะซัน แอ๊ด คาราบาว บี๋-คณาคำ สุนารี ราชสีมา และศิลปินอีกหลายคนมาแจม เกิดอะไรขึ้น? เป็นเรื่องน่าแปลก แปลกตรงที่ขณะสดับรับฟังเพลงบลูส์ร็อกจากนักดนตรีมือดีที่อำเภอปาย ได้เจอนักดนตรีรุ่นใหญ่อย่างน้าหว่อง คาราวาน และตุ๊ก บานสลีย์ ส่วนเพื่อนที่กรุงเทพฯ ได้ฟังศิลปินชื่อดังมาร่วมร้องบรรเลง เสียงแทรกในสายมีสำเนียงเพลง "Hotel California" ของ The Eagles ผับกลางป่าบรรเลงเพลง "Hey Joe" ของ Jimmy Hendrix โลกดนตรีช่างกว้างใหญ่ อยู่ห่างไกลยังรับรู้ถึงสุขเสพของแต่ละฝ่าย ได้ร่วมรับรู้จับต้อง กลายเป็นความทรงจำที่ดีงาม งามและงอกเงยขึ้นกลางหัวใจ
 

        หลังค่ำคืนนี้คงมีคำถามเกิดขึ้นมากมาย ทั้งจากตัวเองและผู้อื่น ตอบได้บ้างไม่ได้บ้างนั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เท่าที่รู้ปายยังมีวิถีชีวิตดั้งเดิม มีนักท่องเที่ยวหลายชนชาติ มีงานอาร์ตหลายรูปแบบ มีธรรมชาติที่ประกอบไปด้วยท้องทุ่ง ขุนเขา สายน้ำ ม่านหมอก แสงดาว ส่วนคาวดนตรีคือมนต์ใหม่ในเมืองเดิม ทั้งหมดคือสีสันประกอบกันเป็นเมืองปายในวันนี้