| วิวัฒนาการยุคไฮเทค อินเตอร์เนต ทำให้วิถีชีวิตของคนเรานั้นเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็ว จนต้อง ละทิ้งความเป็นอยู่ตามธรรมชาติ เพื่อรับสิ่งอื่นที่ดูแปลกใหม่น่าสนใจ โดยไม่ได้คำนึง ว่าจุดเด่น จุดดับนั้นจะมีผลแค่ไหน และอย่างไร การจัดสวนตามอาคาร สถานที่ ตลอดถึงบ้านที่อยู่อาศัย ต้นไม้สายพันธุ์ต่างประเทศ ถูกนำ เข้ามา เบียดพื้นที่ของพันธุ์ไม้มงคลเกือบหมดวิถีชีวิตวัฒนธรรมไทย ค่อยๆเลือนหาย ไปด้วยสมัยนิยม พันธ ุ์ไม้ต่างประเทศที่เน้นเอาความสวยงาม ส่วนเรื่องประโยชน์ในการใช้สอย นั้นแทบไม่มี ต้นไม้นำความร่มรื่น ป้องกันแสงแดด และช่วยฟอกอากาศให้บริสุทธิ์ ภูมิปัญญา ของบรรพบุรุษ ของไทยยังเน้นถึงประโยชน์ ความมีคุณค่า และสร้างความเชื่อถือสืบมา เป็นวัฒนธรรมพื้นบ้านของท้องถิ่นนั้น (ข้ออ้างอิงต่อไปนี้ จากพรหมชาติฉบับหลวง)
|
ต้นมะขาม ปลูกไว้ทิศตะวันตกของตัวบ้าน จะทำให้มีอำนาจ มีคนเกรงขาม ศัตรูจะทำอันตรายไม่ได้ ข้อสำคัญต้นมะขามเป็นต้นไม้ใหญ่ปลูกไว้ทิศตะวันตกในช่วงบ่ายถึงเย็นมะขามจะเป็นร่มเงาบังแสงแดดที่มีความร้อนมาสู่ตัวบ้าน เปรียบเหมือนมีคนปกป้องคุ้มครองเมื่อมีความเดือดร้อนวุ่นวายการจัดสวนตามอาคาร สถานที่ ตลอดถึงบ้านที่อยู่อาศัย ต้นไม้สายพันธุ์ต่างประเทศถูกนำเข้ามา เบียดพื้นที่ของพันธุ์ไม้มงคลเกือบหมดวิถีชีวิตวัฒนธรรมไทย ค่อยๆเลือนหายไปด้วยสมัยนิยม พันธุ์ไม้ต่างประเทศที่เน้นเอาความสวยงาม ส่วนเรื่องประโยชน์ในการใช้สอยนั้นแทบไม่มี
ต้นมะยม ปลูกไว้ทิศตะวันตก หรือหน้าบ้าน จะทำให้คนมานิยมชมชื่น เสริมเสน่ห์ให้กับเจ้าของบ้าน ไม้มะยมเป็นไม้มงคล 1 ใน 9 ชนิด ในพิธีกรรมทางวางศิลาฤกษ์ ทางไสยศาสตร์ที่เรียกว่า รัก+ยม ต้นมะยมที่ตายแบบยืนต้นเรียกว่า "ตายพราย" บรรดาเกจิอาจารย์ ขมังเวทย์ จะนำมาเป็นของขลังทางเสน่ห์ยาแฝด บางท้องถิ่นมีความเชื่อถือว่า ต้นมะยมเป็นต้นไม้ที่ป้องกันภูติผีปีศาจ สมัยก่อนใช้ก้านมะยมเป็นอาวุธสำหรับขับไล่ ความชั่วร้ายให้กลายเป็นดีทุกวันนี้ ต้นมะขาม และต้นมะยม ถูกพันธุ์ไม้อื่นมาเบียดให้ออกไปจากความนิยมศรัทธาเชื่อถือตลอดถึงต้นไม้อื่นๆ ที่เป็นมงคลนาม เช่น มะตูม สะเดา ขนุน พุทรา และต้นยอบ้าน ชมพู่ ฯลฯ
ด้วยเหตุผลว่า ต้นไม้ใหญ่ใช้พื้นที่กว้างขวางโดยเฉพาะหากจะปลูกชิดบ้านเกินไปเสี่ยงอันตรายในเรื่องความปลอดภัย พวกมิจฉาชีพจะปีนต้นไม้เข้ามาในบ้าน ฉะนั้น ใครอยากจะสัมผัสบรรยากาศแบบย้อนยุคก็ต้องออกไปตามท้องถิ่นยังพอมีให้ได้เห็นเพื่อเก็บไว้เล่าสู่กันฟังในกาลข้างหน้า
ยังมีต้นไม้อีกชนิดหนึ่ง คือ ต้นไผ่ ที่อยู่ได้ยั่งยืนอมตะนิรันดร์กาล สามารถแทรกตัวเองเข้าไปอยู่ในสวนประดับทั้งหลายได้อย่างสง่าผ่าเผย ก็ต้องยอมรับว่า ต้นไผ่เป็นไม้ยอดนิยมเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ว่ายุคนี้ ยุคหน้า ต้นไผ่ก็ยังครองแชมป์หากสังเกต จะเห็นว่าตามอาคารบ้านเรือนที่มีต้นไม้ประดับ ต้นไผ่ถูกนำมาเสริมให้สถานที่นั้นดูกลมกลืนกับไม้อื่นๆ ทุกชนิด และแพร่หลายเข้ามาภายในตัวอาคารบ้านเรือน ถนนหนทาง หน้าบ้าน ร้านค้า ต้นไผ่มีอยู่ทุกหนทุกแห่งจนถึงธุรกิจการตกแต่งประดิษฐ์ต้นไผ่ปลอมก็ขายได้ขายดี
อาจจะเป็นเพราะ ต้นไผ่เป็นไม้ที่เลี้ยงง่ายตายยาก อยู่ในกระถางก็ยังเจริญเติบโตได้ดี และมีอยู่ในทุกภาคของเมืองไทย มีคุณประโยชน์ทั้ง ต้น ใบ และราก แต่ความอัศจรรย์ของต้นไผ่นั้นน่าเรียนรู้ ประโยชน์ของต้นไผ่นั้นมีมากมาย ลำต้นแข็งแรงนำมาเป็นเสาบ้านเรือนได้ ดัดแปลงเป็นไม้เล็กนำมาสานมัดเป็นภาชนะนานาชนิดพร้อมที่จะนิ่ม, งอ, โค้ง ได้สารพัดตามใจกิเลส หรือความต้องการของมนุษย์ได้มากกว่าต้นไม้ใดๆ
ลักษณะของไผ่ มีลำต้นที่สูงอยู่ด้วยกันเป็นกอใหญ่ กระแสลมไม่สามารถทำร้ายต้นไผ่ได้เพราะความกลมทำให้ลู่ไปตามลมได้ดี เป็นตัวอย่างให้เราเห็นว่าการรู้จักโอนอ่อนผ่อนตามกระแสต่อต้าน จะทำให้เอาตัวรอดได้สารพัดประโยชน์จากหน่อไม้ที่นำมาเป็นอาหาร ส่วนใบนั้นนำมาห่อหุ้มอาหาร เช่น บ๊ะจ่าง และทำปุ๋ย เป็นต้น จึงไม่น่าจะสงสัยเลยว่าต้นไผ่นั้นมีคุณค่าอเนกอนันต์
ไม้ไผ่จึงเป็นไม้ 1 ใน 9 ชนิด ของไม้มงคลนาม ฉะนั้น พิธีก่อตั้งวางศิลาฤกษ์ที่สำคัญต้องมีไม้ไผ่สีสุกอยู่ด้วย สัญลักษณ์ของไผ่ คือ เลี้ยงง่าย ตายยาก มีประโยชน์มาก เจริญเติบโตเร็ว ทนต่อสถานการณ์ดินฟ้าอากาศ
การอยู่รวมกันเป็นกอ เปรียบเหมือนความสามัคคีกลมเกลียว หากใครทำตัวอยู่รวมกันได้แบบกอไผ่ จะมีความเจริญเติบโตรุ่งเรือง มีหลักฐานมั่นคงได้เช่นกัน
| ความเชื่อถือในประเพณีจีน ให้ความสำคัญของต้นไผ่เปรียบเหมือนไม้กวาดจากสวรรค์ ก่อนจะถึงเทศกาลตรุษจีน หลังจากอัญเชิญเทพเจ้าสู่สวรรค์ ชาวจีนจะเริ่มทำความสะอาดบ้านเรือนด้วยใบไผ่เพื่อปัดกวาดความชั่วร้ายออกไป เตรียมตกแต่งบ้านให้สะอาดสดใสไว้เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน ประเพณีวัฒนธรรมของคนไทย นิยมปลูกไผ่สีสุกไว้ทิศตะวันออก ไผ่สีสุกนั้นเป็นมงคลนามเพราะด้วยชื่อ สีสุก ไปพ้องกับ คำว่า ศรี และสุข |
หลักเบญจธาตุ (ฮวงจุ้ย) ต้นไผ่เป็นต้นไม้แห่งความยั่งยืน และแทนค่าของความโชคดีด้วย จะเป็นการดีถ้านำรูปภาพของต้นไผ่ประดับในบ้าน หรือออฟฟิศ จะก่อให้เกิดโชคดีภายในสถานที่นั้นพร้อมทั้งสามารถฝ่าฟันอุปสรรคที่ยากลำบากจะกลายเป็นผลสำเร็จ
วิธีที่ดีที่สุด แขวน หรือวางต้นไผ่ไว้เหนือทาง เข้า - ออก ควรผูกด้วยด้ายสีแดงด้วย จำนวนที่แขวนควรมีคู่เดียวไม่ควรมีจำนวนที่มากเกินไป หากจะวางตั้งก็มีคู่เดียวเช่นกัน ต้นเดี่ยวก็ได้ จุดที่ตั้งต้นไผ่อีกแห่ง คือ ตรงข้ามทาง เข้า - ออก มุมห้องใดที่ดูอับทึบ ลองเอาต้นไผ่ตั้ง แล้วสังเกตด้วยว่าอะไรที่ติดขัดนั้นมีความคล่องตัวราบรื่นขึ้นบ้างไหม รวมทั้งเมื่อจัดวางสิ่งใดก็ตามให้หมั่นคอยสังเกตว่ามีเหตุดี หรือร้ายเกิดขึ้นหากมีเหตุดีเกิดขึ้น แสดงว่าคุณถูกทำถูกต้องแล้วไม่ควรไปขยับเคลื่อนย้ายในสิ่งนั้น เรียกว่าถูกโฉลกกัน ตรงกันข้ามเมื่อวางแล้วมีเหตุวุ่นวายเกิดขึ้นต้องรีบเอาสิ่งนั้นออกไปทันที
เรื่องของต้นไผ่ มีคุณเอนกอนันต์เพียงใด โทษของต้นไผ่ก็มีเช่นกัน
ตามปกติต้นไผ่มีอายุที่ยืน ประมาณ 30 ปี หากต้นไผ่เกิดออกดอกให้รีบทำพิธีถอนโดยหาพระมาสวดตามประเพณีพื้นบ้าน ต้นไผ่จะตายเมื่อออกดอก เรียกว่า ไผ่ตายขุย นำความเสื่อมถอยมาสู่บ้านนั้น เมื่อมีต้นไผ่มาประดับก็ต้องหมั่นดูแลบ้างว่าเป็นเช่นไร (ข้อมูลอ้างอิงนี้จากตำราพรหมชาติฉบับหลวง)
|
สรรหามาเล่า ต้นไผ่ที่อยู่ในกระถาง ลองสังเกตว่า รูปทรงของลำต้น และใบมีผลต่อความเป็นอยู่ของเจ้าของเช่นไร เช่น ในสถานที่นั้นมีลักษณะดังนี้ |
อยากจะเอ่ยไม้ยอดนิยมที่ปลูกอยู่ตามบ้านอีกชนิดหนึ่งนั้นคือ ต้นวาสนา ความหมาย ของต้นวาสนา เพียงเป็นสิ่งบอกเหตุของโชคลาภ วาสนา ของคนปลูกเท่านั้น
ส่วนประโยชน์ หรือ คุณค่านั้นตรงข้ามกับต้นไผ่ ปลูกไว้เพื่อรอดูความเจริญเติบโต และรอเวลาที่ต้นวาสนาจะออกดอก เพราะนั่นหมายถึงความมั่งคั่งร่ำรวยมีผลประโยชน์รายได้ พร้อมทั้งตำแหน่งหน้าที่การงานก็จะดีขึ้น การเงินมีสภาพคล่องดีกว่าเดิม แต่เห็นด้วยเต็มร้อย % คือจิตใจของผู้ดูแลจะสดชื่นแจ่มใสมีความสุขเต็มไปด้วยความหวังเพราะดอกวาสนาไปจุดประกายให้มีอารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสต้นวาสนายังเป็นไม้ประดับตามอาคารบ้านเรือนให้สวยงาม ปราศจากมลพิษให้โทษ ความหมายของต้นไม้สองชนิดนี้ ต่างกันลิบลับ
ต้นไผ่ ออกดอกเป็นลางไม่ดี ต้องแก้ไข แต่มีคุณค่า และความหมายหาค่ามิได้
ต้นวาสนา มีคุณสมบัติทางโชคลาง ในเวลาออกดอกมาให้ดีใจ ได้ปลื้มเท่านั้น













