ถ้าจะพูดว่า Alfred Browning Parker รู้จักรัฐฟลอริดาได้ลึกซึ้งยิ่งกว่าสถาปนิกคนใดก็คงไม่ผิดความจริงนัก เขาเผชิญกับความรุนแรงของสภาพอากาศที่นี่ครั้งแรกเมื่ออายุ 10 ขวบ และต่อมาในปี 1926 ก็ต้องเสียจักรยานคันโปรดคันใหม่ไปกับพายุเฮอร์ริเคน

นิตยสาร Wallpaper/May 2005 ตีพิมพ์เรื่องราวของ Parker ต่อไปว่า เพราะมีประสบการณ์เกี่ยวกับความเลวร้ายของสภาพภูมิอากาศมาตั้งแต่น้อยคุ้มใหญ่ ทำให้เขากลายเป็นสถาปนิก ผู้สามารถสร้างสรรค์งานออกแบบอาคารที่สามารถทนทานต่อแสงแดดแผดกล้า ฝนที่ตกกระหน่ำเป็นนิจ และอากาศความชื้นสูงได้เป็นอย่างดี

ตลอด 6 ทศวรรษแห่งวิชาชีพนี้ Parker สร้างบ้าน ธนาคาร โบสถ์ และอาคารเทศบาลต่างๆ มากมายรวมทั้ง Miami Marina ซึ่งตั้งเด่นเป็นสง่าท้ากาลเวลามาแสนนาน และทำให้เขากลายเป็นหัวหอกคนสำคัญของขบวนการเพื่อความทันสมัยแห่งเขตร้อนของฟลอริดา (Florida's tropical modern movement)

Parker ก็เหมือนสถาปนิกทั่วไปที่สร้างบ้านของตัวเองขึ้นมาแล้วเข้าไปพำนักอยู่ก่อน จากนั้นก็ขายบ้านหลังนั้นไป บ้านหลังที่สามคือ Royal Road House ซึ่งสร้างเมื่อปี 1954 ได้ชื่อว่าเป็นผลงานที่ ทำให้อาชีพสถาปนิกของเขาโดดเด่นขึ้นมา นิตยสาร House Beautiful ถึงกับยกย่องว่าเป็นหนึ่งในบ้านระดับ "ธงนำ" และ Frank Lloyd Wright (FLW) สถาปนิกอเมริกันร่วมชาติก็ยกนิ้วให้กับสไตล์ของ Parker จนยอมลงมือเขียนคำบรรยายภาพ ในบทความของนิตยสารนั้นด้วยตัวเอง

สองสถาปนิกหัวเห็ดมีสไตล์คล้ายคลึงกันอย่างน่าประหลาดคือ เน้นการออกแบบและประดับตกแต่งเรียบง่ายสไตล์ Bauhaus และแม้ว่า Parker จะไม่เคยเหยียบย่างเข้าไปใน Taliesin West ซึ่งเป็นสตูดิโอในมลรัฐอริโซนาของ FLW แต่ผลงานของเขาก็คล้ายคลึงกับของลูกศิษย์ในความอุปถัมภ์ของ FLW คนหนึ่ง ทำให้ FLW ตั้งสมญานามให้ Parker ว่าเป็น "ผู้เร้นกายเข้ามา" ทั้งคู่กลายเป็นเพื่อนเกลอกันจนถึงวันที่ FLW ลาโลกไปในปี 1959

ทศวรรษ 1950 เป็นช่วงเวลาที่มลรัฐฟลอริดากำลังบูมเต็มที่ ทำให้ Parker สบโอกาสในงานวิชาชีพของตัวเอง หลังจากรับราชการในกองทัพเรือระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้ระยะเวลาหนึ่ง เขาก็เริ่มรับงานก่อสร้างแบบเรียกเก็บเงินมัดจำจากลูกค้า งานออกแบบของเขาเน้นทิศทางลมและภูมิอากาศเป็นสำคัญ ห้องที่ออกแบบมีลักษณะแคบและมีหน้าต่างบานเกล็ดขนาดใหญ่เพื่อช่วยให้ลมพัดผ่านเข้ามาในตัวบ้าน เขาทำให้บ้านได้ร่มเงาจากการปลูกต้นไม้โดยรอบและออกแบบให้มีชายคายื่นออกมาเพื่อให้เกิดร่มเงาตามธรรมชาติอีกทางหนึ่งด้วย การที่ Parker ทำงานคนเดียวตลอดเวลาทำให้เขามีโอกาสทดลองสิ่งที่อยากทำได้เต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาเรื่องความต่อเนื่องระหว่างพื้นที่ว่างในร่มและกลางแจ้ง ตลอดไปจนถึงการเน้นเสริมสร้างความสวยงามตามธรรมชาติของทำเลก่อสร้างแต่ละแห่ง

Windsong (บ้านที่ใช้เป็นภาพประกอบของเรื่องนี้) บ้านหลังที่ 5 ที่ Parker และ Jane ภรรยาคนที่สองอาศัยอยู่เป็นเวลานานถึง 12 ปี ตั้งอยู่ในสวนปาล์มทางตอนใต้ของไมอามี ที่ดิน ผืนนี้เดิมเป็นของนักพฤกษศาสตร์ผู้ปลูกต้นปาล์มพันธุ์ต่างๆ ไว้ถึง 350 ชนิด เมื่อ Parker ตกลงซื้อต่อ ที่ดินขนาด 12.5 ตารางเมตร จึงหนาแน่นไปด้วยต้นปาล์มจนบดบังภูมิทัศน์โดยรอบ แต่ Parker ก็สัญญากับเจ้าของเดิมว่าจะอนุรักษ์ต้นปาล์มเอาไว้ทั้งหมด และจะปลูกทดแทนขึ้นใหม่ 2 ต้น ถ้าปาล์มตายลงไปหนึ่งต้น

จึงเป็นเหตุผลให้เขาออกแบบบ้านเป็น 3 หน่วยแยกจากกัน หน่วยแรกสำหรับพักอาศัยและรับประทานอาหาร หน่วยที่สองเป็นที่ตั้งของห้องนอนและห้องแต่งตัว อีกหน่วยหนึ่งเป็นที่ตั้งของห้องทำงานอดิเรกและห้องรับรองแขก ซึ่งถ้าลูกๆ ทั้งห้าของเขามาเยี่ยมก็จะมาพักที่นี่

Bo Parker ลูกชายคนที่สาม ซึ่งเป็นช่างภาพด้านสถาปัตยกรรมอธิบายแนวคิดการออกแบบบ้านของผู้เป็นพ่อว่า "เป็นวิธีลดรายจ่ายอย่างชาญฉลาดจริงๆ เพราะที่นี่อากาศร้อนมากจนคุณต้องเปิดเครื่องปรับอากาศตลอดเวลา แต่บ้าน Windsong ไม่จำเป็นต้องเปิดเครื่องปรับอากาศในบ้านทั้งหลัง เพียงแต่เปิดเฉพาะในห้องที่คุณอยู่และเฉพาะเวลานั้นเท่านั้นก็พอ"

หน่วยย่อยแต่ละส่วนมีสระน้ำกว้าง 2.4 เมตร และยาว 24 เมตร ซึ่งขุดขึ้นรอบบ้านเป็นตัวเชื่อม Parker ออกแบบให้ทางเดินมีหลังคาคลุมทำหน้าที่ป้องกันสระน้ำให้พ้นจากใบไม้แห้งที่ร่วงหล่นจากต้นไม้ ทุกหน่วยย่อยมีประตูกระจกบานเลื่อนเปิดออกสู่ทางเดินและเทอร์เรซสำหรับรับประทานอาหาร

Parker โปรดปรานไม้เป็นพิเศษ โดยเฉพาะไม้มะฮอกกานีที่มีคุณสมบัติกันปลวกได้ เมื่อต้องสร้างบ้าน Windsong เขาจึงลงทุนซื้อโรงเลื่อยในฮอนดูรัส เพื่อป้อนไม้มะฮอกกานีให้โดยเฉพาะ

เขาออกแบบให้ตัวบ้านส่วนที่เป็นผนังไม้อัดและคอนกรีตมีแผ่นไม้มะฮอกกานีหุ้มอีกทีหนึ่ง ขณะที่ผนังด้านนอกหุ้มด้วยแผ่นไม้มะฮอกกานี ที่ผ่านการกัดสีให้ขาวจะได้ไม่แลดูเก่าคร่ำคร่าเพราะกาลเวลา

ปัจจุบัน Parker ยังสอนหนังสืออยู่ที่ University of Florida สัปดาห์ละ 4 วัน และอาศัยอยู่กับ Frosso ภรรยาคนที่สี่ในบ้านที่ Gainesville ซึ่งเขาสร้างขึ้นเอง นอกจากจะมีชื่อเสียงในวงการสถาปัตยกรรมเป็นอย่างดี เขายังมีพลังในความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มเปี่ยม แม้จะมีอายุย่างเข้าวัย 90 เต็ม ในปีหน้าก็ตาม