บ้านหลังนี้อยู่ชานเมือง ด้านข้างเป็นสวนชาวบ้าน ลมเย็นสบาย เป็นบ้านที่ฉันออกแบบและหาช่างมาตกแต่งเองตามสไตล์ที่ฉันชอบกึ่งแนวคันทรี่และแบบผสมผสาน เนื่องจากเป็นคนชอบไม้สัก ดังนั้นจึงเลือกใช้ไม้สักเก่าปูพื้น รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ก็ใช้ไม้สักทั้งแผ่นมาทำ built in ซึ่งค่าตกแต่งและค่าวัสดุจะมีราคาสูงกว่าบ้านเอนกายพักใจมาก (บ้านหลังแรกที่ตกแต่งเอง) ดังนั้นจึงต้องควบคุมงบประมาณมิให้บานปลาย
Concept ของบ้านก็คือ ต้องดูอบอุ่นและโล่งโปร่งสบาย ดังนั้นตู้ส่วนใหญ่จะออกมาแบบมาเพื่อเก็บของเป็นส่วนใหญ่ ที่เป็นตู้โชว์จะมีอยู่ไม่มาก อยากให้มีพื้นที่ใส่สัมภาระข้าวของมาก ๆ จะได้ไม่ดูรกเมื่ออยู่ไปนาน ๆ ข้าวของเครื่องใช้ก็จัดเก็บเป็นระเบียบ เวลาจะหยิบใช้ก็รื้อหาง่ายไม่ยุ่งยาก
นอกจากนี้ อยากให้บรรยากาศภายในบ้านมีความแตกต่าง จึงได้เลือกใช้สีผนัง เช่น เหลืองหม่น เทา แดงเข้ม ฟ้าหม่น เขียว และ ขาวลิลลี่ การกำหนดสีสำหรับผนังแต่ละด้านต้องลองผิดลองถูกเพื่อให้ออกมารับกัน และผ้าม่านที่เลือกก็ให้มีสีสันตัดกัน กว่าจะออกมาอย่างที่เห็นก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันแต่โชคดีที่ได้ช่างสีที่เก่ง เชิญแวะเข้ามาชมได้เลยค่ะ
001
ก้าวแรกที่ผ่านประตูทางเข้าจะพบกับห้องโถงทาสีเหลือง
ได้ตู้เก่าของเบลเยี่ยมจากร้านใกล้บ้านมาประดับ เห็นแล้วก็ถูกใจมาก
ตัวตู้ดูบึกบึนทำจากไม้โอ๊คและมีบานพับประตูที่เก๋ไก๋ในสไตล์กอธิค
ดิฉันเอาหม้อทองแดงที่สะสมไว้มาแขวนไว้กับ kitchen rack
ซึ่งสั่งทำขึ้นเพื่อให้รับกัน



002
ผนังสีเหลืองตัดกับประตูสีเสี้ยนดำเม็ดมะขาม ซึ่งเป็นสีที่
ทำให้ดูโบราณ

003
นาฬิกาไขลานและภาชนะทองแดงไปกันได้ดีกับผนังสีเหลือง

004
บางครั้งก็เอาผ้าลินินปักครอสติชท์ของเก่าจากเบลเยี่ยมมาแขวนแทนพวงกุญแจ
เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ

005
ตุ๊กตาหนุ่มสาวในอาชีพต่าง ๆ มีสีสันและลวดลายที่ละเอียดมาก
บรรจงปักครอสติทช์ลงไปบนผ้าลินินซึ่งเป็นงานฝีมือที่ชื่นชอบ

006
จากมุมนี้เมื่อหันไปทางซ้ายมือจะเป็นครัวที่ต่อถึงกัน
โดยทะลุผนังกั้นห้องครัวออกเพราะอยากให้บ้านดูโล่งมากขึ้น
ฉันลองใช้สีให้มันตัดกับผนังขาวโดยเลือกครัวสีฟ้าหม่น
ฝ้าทำจากฝาไม้สักเก่าแล้วลงสีขาว ยางไม้ช่วยไล้สีขาวให้ดูหม่น
เป็นแบบเก่า ๆ

007
หน้าบานตู้ให้ช่างใช้เครื่องมือเซาะเป็นร่องในแบบคันทรี่ที่ชื่นชอบ
ก๊อกน้ำ อ่างล้างจานทำด้วยเซรามิคมีขนาดใหญ่กว่าปรกติ
เคาน์เตอร์ปูด้วยกระเบื้องดินเผาสีมอล์ทมิลค์ แล้วตีกรอบด้วยไม้
เนื่องจากทำเคาน์เตอร์ที่กว้าง จึงมีพื้นที่เหลือสำหรับทำหีบ
ใส่ของเครื่องปรุงอาหารไว้ติดกับหน้าต่าง
และไม่ลืมเจาะช่องระบายอากาศด้านข้างด้วย

008
เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งาน จึงเลือกเป็นตู้บานลิ้นชักทั้งหมด
ยกเว้นตู้ใต้อ่างล้างจาน เพราะ บานเปิดนั้นไม่สะดวกเวลาที่
ต้องการหยิบภาชนะที่อยู่ด้านในสุดซึ่งทำให้ต้องรื้อข้าวของ
ออกมาทั้งหมด


009
ห้องรับประทานอาหาร โต๊ะสั่งทำขึ้นใหม่ส่วนเก้าอี้เป็นของที่เหลือใช้
จากที่บ้านค่ะ

010
ย้อนกลับมาที่ห้องโถงซึ่งติดกับสวน มีเก้าอี้รถถังโบราณ
ไว้นั่งคุยกัน

011
ผนังชั้นล่างมี 4 สี ได้แก่ สีเหลือง ขาวลิลี่ แดง และ เทา
การกำหนดสีนี้ยอมรับว่าทำตามใจตนเองทั้งหมด ไม่มีทฤษฎีอะไรทั้งสิ้น
ออกแบบตามความรู้สึกว่ามันไปด้วยกันได้ไหม เข้ากันได้
และสีที่ใช้จะป็นแนว country ไม่เน้นสีสดค่ะ จะเลือก shade ที่ดูหม่น ๆ

012
โถงทางเข้าห้องนั่งเล่นผนังทาสีแดงประดับด้วยจานกระเบื้อง
ที่เป็นของสะสมที่ได้รับจากคุณแม่
ประตูบานเลื่อนกระจกสีขาวด้านขวามือเปิดเข้าสู่ห้องนั่งเล่นดูทีวี

013
จากด้านนี้เมื่อหันหลังกลับจะมีตู้สีขาวสำหรับเก็บของ
ฉันลงมือทาสีเองเพราะช่างสีไม่กล้าทำกลัวเสีย
แต่ฉันต้องการให้มันดูออกมาเน่า ๆ จึงเอาสีน้ำตาลไหม้ (burnt umber)
มาไล้บนสีขาว แล้วเคลือบด้วยแลกเคอร์
ตอนลงสีนี้สนุกมาก มีคนคอยเชียร์คอยลุ้นแยะเลย นัยว่ากลัวจะเละตุ้มเป๊ะ

014
ห้องนั่งเล่น ผนังทาสีเทาหม่น 3 ด้าน ส่วนด้านทางเข้า
ทำกล่องรับประตูบานเลื่อนเบรกด้วยสีขาว เวลาอยู่ในห้อง
จะไม่รู้สึกว่าสีหนักเกินไป


015
ผนังนี้เป็นกล่องรับประตูบานเลื่อน ดัดแปลงมาจากภาพผนัง
ใน website แห่งหนึ่ง

016
โซฟาตัวเก่าจากที่บ้าน เอาผ้า quilt คลุมเตียง
มาแต่งให้ใหม่

017
บนโต๊ะเข้ามุมมีกล่องสำหรับใส่ของเย็บปักถักร้อย
วางประดับอยู่

018
ขึ้นบันไดไปชั้นบน ราวบันไดทำด้วย stainless
แต่มันไม่รับกัน ดิฉันจึงให้ช่างปัดด้วยสีทองแดง
ให้ดูเก่า ๆ

019
สีสันตัดกันดีเวลามองจากนอกห้อง

020
ผนังของชานพักบันไดยังว่าง เลยให้ช่างทำตู้ไม้โอ๊ค
ใส่ของโชว์

021
ไปเจอกระเบื้องสวย ๆ เลยให้ช่างทำกรอบด้วยไม้โอ๊ค


022
ห้องนอนใหญ่สีฟ้าหม่น


023
ตู้เสื้อผ้า built-in รูปตัว L ลงสีธรรมชาติเสี้ยนดำ

024
เคยอ่านเจอว่าประตูห้องน้ำไม่ควรทำบานเกล็ด
เพราะเมื่อเปิดแอร์ มันจะไปไล่ความชื้นในห้องน้ำผ่านบานเกล็ดจนแห้ง
ซึ่งทำให้สิ้นเปลืองไฟฟ้า

025
ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ กระเบื้องและอ่างชำระไม่ได้เปลี่ยนแปลง
เพราะงบเริ่มบานปลายแล้ว แม้จะออกแนวโมเดอร์นก็ต้องตัดใจ
(ใจจริงอยากได้กระเบื้องดินเผาเคลือบสีมากกว่า)
เลยทำได้เพียงให้ช่างทำตู้ลิ้นชักใต้อ่าง และกระจกกรอบไม้
ประดับด้วยกระเบื้องที่ด้านล่าง
026
ห้องนอนเล็ก สีเขียว ยังว่าง ๆ ไม่มีเตียง เพราะจะยกเตียงจากบ้านปัจจุบันไปใช้
เมื่อถึงเวลาที่ต้องย้ายจริง

027
ห้องหนังสือและห้องทำงาน

028
อีกมุมหนึ่งของตู้สำหรับใส่เอกสารและหนังสือ

029
โต๊ะทำงานเข้ามุมเป็นรูปตัว L

030
โคมไฟโบราณสำหรับอ่านหนังสือ ได้มาจากตลาดนัดของเก่าที่จตุจักร 2

031
สนามหญ้าด้านข้างยังพอมีที่ว่าง เอาไม้ยืนต้นเช่น แคนา คูณ
กัลปพฤกษ์ และลำดวน มาปลูกสำหรับเป็นร่มเงาในยามบ่าย
นอกจากนี้ยังมีไม้กลิ่นหอม เช่นประยงค์ ยี่หุบ จำปี และกลิ่นร่ำ
แข่งกันอวดดอกโชยกลิ่นตลอดเช้าสายบ่ายเย็น

032
เลยรั้วไป เป็นสวนชาวบ้านมี มะพร้าวและหมากชูต้นตระหง่าน
ท่ามกลางอาทิตย์อัสดง ..

033
แม้ว่าปัจจุบันยังไม่มีโอกาสได้อยู่อาศัยถาวร
ในบ้านเอนกายพักใจ 2 หลังนี้
แต่ก็ได้สร้างและตกแต่งบ้านทั้ง 2 หลังนี้
ตาม concept ที่ต้องการให้บ้านนี้เป็นบ้านที่อบอุ่น
สามารถใช้ชีวิตอย่างสบายๆ ตามความหมายของ
ชื่อบ้าน "เอนกายพักใจ" นั่นเองค่ะ


บ้านเอนกายพักใจ ของคุณแมกโนเลีย












