วัสดุก่อสร้างพื้นฐานที่มักใช้กับบ้านในสไตล์นี้ ได้แก่ เหล็ก เหล็กกล้า อลูมิเนียม กระจกได้กลายมาเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีการนำมาใช้อย่างกว้างขวางไม่เฉพาะกับบ้านพักอาศัยเท่านั้น หากยังใช้กับอาคารสูงๆ อีกมากมาย ซึ่งได้พัฒนารูปแบบมาเป็นอาคารชุดพักอาศัยหรือคอนโดมิเนียมในปัจจุบันอีกด้วย






จุดเด่นของบ้านอินเตอร์เนชั่นแนลสไตล์
         แนวคิดของบ้านในแนวอินเตอร์เนชั่นแนลสไตล์ ได้ลงรากปักฐานอย่างเหนียวแน่นในสหรัฐอเมริกา  ในช่วงทศวรรษ 1930     โดยมีจุดเริ่มต้นที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย  มหานครลอสแองเจลิส ซึ่งมีภูมิอากาศสบายๆ แบบเมดิเตอร์เรเนียน และเป็นถิ่นของอเมริกันชนในระดับมหาเศรษฐีเนื่องจากการก่อสร้างบ้านในสไตล์น ี้มีต้นทุนสูงจากโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ คือ  เหล็ก  ซึ่งมีราคาแพง เหมาะสำหรับบ้านที่มีขนาดใหญ่  เพราะกำลังของเหล็กสามารถใช้พาดช่วงเสากว้างๆ ได้  บ้านสไตล์นี้จึงมักเป็นบ้านของชนชั้นแนวหน้าหรือผู้มีอันจะกินเป็นส่วนใหญ่ในยุคนั้น

         บ้านในแนวอินเตอร์เนชั่นแนลสไตล์นั้น สะท้อนลักษณะของการใช้หลังคาแบน โดยรูปร่างหน้าตาของตัวบ้านจะเลี่ยงความสมมาตร หรือความเหมือนกันของด้านซ้ายและด้านขวา นั่นก็คือการออกแบบจัดแกนให้เป็นแบบอสมมาตร   และแสดงโครงสร้างเหล็กหรือคอนกรีตชัดเจน   ประตูหน้าต่างมักใช้วงกบและบานกรอบทำด้วยโลหะเช่นอลูมิเนียมหรือเหล็ก    ผนังเกลี้ยงไร้เครื่องประดับและลวดบัวตกแต่ง ประตูทางเข้าก็ไม่ได้เน้นให้เด่นแต่อย่างใด ซึ่งเป็นรูปแบบที่แตกต่างจากบ้านเรือนในแบบประเพณีนิยมในศตวรรษที่ 19 อย่างสิ้นเชิง

         โครงสร้างของบ้านในสไตล์นี้   ผนังภายนอกจะถูกออกแบบให้เป็นอิสระ  ไม่ต้องรับน้ำหนักจากส่วนอื่นๆ ของโครงสร้าง และมักถูกแขวนหิ้วไว้ด้วยโครงสร้างเหล็กอย่างที่เรียกว่า ผนังม่าน หรือ curtain wall  ทำให้มักมีช่องหน้าต่างกระจกเป็นแถบริบบิ้นวิ่งรอบผนังบ้านรวมทั้งตรงมุมของอาคารด้วยส่วนผนังภายในก็เป็นผนังเบาโครงสร้างอิสระทำหน้าที่เป็นเพียงฉากกั้นแบ่งพื้นที่ภายในบ้านให้เป็นสัดส่วนตามความต้องการ หลังคาแบนมักมีส่วนยื่นเพื่อให้ดูผนังภายนอกเบาและลอย