บ้านอบอุ่นจาก 2 วัฒนธรรม


ซื้อบ้าน ..เพราะอยากแต่งบ้าน
คุณจี๊ดมีที่พักอาศัยอยู่หลายหลัง ซึ่งก็เป็นคอนโดมิเนียมเสียส่วนใหญ่ รวมถึงบ้านของครอบครัวในหมู่บ้านนันทวัน ประชาชื่น แต่ด้วยความที่อยากจะเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตประจำวันที่วนซ้ำไปมา บวกกับความชอบส่วนตัวเรื่องการตกแต่งบ้านมากเลยคิดอยากมีบ้านที่จะให้ตัวเองสามารถตกแต่งได้ตามความชอบ "บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังแรกที่มาจากน้ำพักน้ำแรงของจี๊ดคนเดียวเลยนะ ก่อนนี้จี๊ดจะอยู่กับครอบครัวหรือไม่ก็อยู่ที่คอนโดฯที่ซื้อไว้ ก็มีอยู่หลายที่นะ ด้วยความที่จี๊ดเป็นคนชอบความสะอาดและค่อนข้างระเบียบจัดสักหน่อย เลยอยู่กับใครไม่ค่อยได้กลัวคนอื่นเค้าจะรำคาญเอา อีกอย่างเป็นคนที่ชอบเรื่องการตกแต่งก็เลยมาซื้อบ้านอยู่เองดีกว่า อยากทำอะไรก็ทำจะเก็บจะจัดหรือจะแต่งอะไรก็สะดวก ที่บ้านนี้ก็จะมีญาติๆ แวะเวียนกันมาพักอยู่ด้วยเป็นระยะๆ แต่จะอยู่ได้ไม่นานหรอกเพราะความเจ้าระเบียบของจี๊ดน่ะ"

ซื้อด้วยความบังเอิญ กะเก็งกำไร
เมื่อเป็นบ้านเดี่ยวหลังแรก คุณจี๊ดจึงต้องเลือกอย่างพิถีพิถัน ซึ่งก็เป็นความบังเอิญที่ทำให้คุณจี๊ดได้บ้านหลังนี้มา ตัวบ้านเป็นความชอบส่วนหนึ่ง แต่เหตุผลหลักที่ตัดสินใจเพราะทำเลที่ดี เดินทางไปทำงานสะดวก ขึ้นทางด่วนใช้เวลาเพียง 15-40 นาที ซื้อบ้านในปี 2548 ใช้เวลาก่อสร้างและตกแต่งอีก 1 ปี จึงย้ายเข้าอยู่เมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา "ตอนที่คิดจะซื้อบ้านจี๊ดก็ขับรถตระเวนดูอยู่หลายที่ ซึ่งที่นี่ตอนแรกก็แค่ขับรถผ่านมาเฉยๆ โดยบังเอิญ พอเห็นก็เลยลองแวะเข้ามาดูสักหน่อย ซึ่งหมู่บ้านนี้เป็นโครงการขายที่ดินเปล่า แล้วเราก็เลือกแบบบ้านเองจากแบบของโครงการที่มีให้เลือกอยู่ 6 แบบ แล้วก็ดูว่าแบบนี้ลงได้กับขนาดที่ดินแปลงที่เราเลือกได้มั๊ย พอมาเจอที่ดินแปลงนี้ก็ชอบเลยเพราะด้านหลังติดกับคลองดูเป็นธรรมชาติดี แต่ตามความคิดแรกเริ่มเดิมทีเลย คือคิดจะซื้อและทำบ้านกะไว้ว่าจะขายต่อถ้ามีคนอยากได้ แต่พอบ้านเสร็จ ได้ลงมือตกแต่งเองไปเรื่อยๆ ก็เกิดชอบและเสียดายคิดว่าคงจะไม่ขายแล้วล่ะ"

1 สไตล์ ผสมผสาน 2 วัฒนธรรม
เพราะเจ้าของบ้านชอบการตกแต่งบ้านมาก จึงใส่ไอเดียและรายละเอียดต่าง ๆ ด้วยตัวเอง เป็นการตกแต่งในสไตล์โอเรียลทอล ผสมผสานระหว่างจีนกับไทย ไม่เน้นความทันสมัย วัสดุที่ใช้ก็จะเป็นแบบไทยๆ ผสมกลิ่นอายของความเป็นจีนเข้าไปแต่จะไม่จีนจ๋าจัดจนเกินไป เรื่องฮวงจุ้ยก็เป็นอีกสิ่งที่เจ้าของบ้านไม่ได้มองข้าม "จี๊ดจะเป็นคนตกแต่งบ้านเองนะ ทั้งเรื่องแบบหรือของตกแต่งจะเป็นคนเลือกหาและออกไอเดียเองหมดเลย คือแรกเริ่มเลยเนี๊ยจี๊ดก็จะให้ไอเดียกับทางอินทีเรียร์เค้าว่าเราอยากได้แนวกึ่งรีสอร์ท สบายๆ เวลาอยู่จริงๆ แล้วให้สัมผัสได้ถึงการพักผ่อน ภายในเน้นตกแต่งแบบโล่ง บอกความต้องการของเราให้กับช่างไปประมาณนี้ก็ได้ออกมาอย่างที่เห็น ซึ่งก็เป็นแบบที่เราชอบทั้งนั้น และด้วยความที่ครอบครัวจี๊ดเป็นคนจีนการตกแต่งก็เลยต้องอิงเรื่องฮวงจุ้ยไปด้วย ซึ่งก็ไม่ได้ให้หมอดูหรือซินแสที่ไหนมาดูให้หรอกนะ จะหาความรู้เองจากหนังสือเอาแค่พอเหมาะไม่มากจนเกินไป คือถ้าอิงเรื่องฮวงจุ้ยแล้วทำให้บ้านเราไม่สวยเลี่ยงได้ก็จะเลี่ยง เอาความพอใจของเราเป็นหลักก็ในเมื่อเราต้องอยู่เอง"

เน้นเฟอร์นิเจอร์ล้านนา
เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้ในบ้านส่วนใหญ่เจ้าของบ้านจะสั่งทำมาจากทางเหนือ ซึ่งก็เน้นแบบกึ่งไทยกึ่งจีน อย่างชุดรับแขก, โต๊ะอาหาร, เตียงนอน, เตียงสนาม, โคมไฟขนาดใหญ่ตามจุดต่างๆ หรือแม้กระทั่งของตกแต่งเล็กน้อยๆ บางส่วนที่มาจากทางเหนือด้วยเช่นกัน ส่วนพวกเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินก็จะเป็นไม้สักทั้งหลังซึ่งจะต้องให้ทางช่างไปเลือกดูไม้ที่มีคุณภาพมาใช้ "เฟอร์นิเจอร์ที่เห็นในบ้านจี๊ด 90% จะเป็นของที่สั่งมาจากทางเหนือ เพราะจี๊ดชอบงานฝีมือของเค้าน่ะค่ะ ซึ่งบางส่วนก็ไปเลือกซื้อมาเลย บางส่วนก็สั่งทำจากแบบใน Perspective คือห้องทุกห้องจี๊ดจะให้ช่างเค้าทำ Perspective ออกมาเพื่อที่เราจะได้ดูว่าห้องนี้จะต้องตกแต่งอย่างไรต้องจัดวางอะไรตรงไหน ซึ่งก็จะทำให้เรามองเห็นภาพโดยรวมของห้องคร่าวๆ ได้ อย่างพวกโคมไฟขนาดใหญ่ในห้องน้ำ, ห้องอาหาร หรือตรงโถงบันได ก็ออกมาอย่างที่เห็นสวยดีค่ะ"

สวนพักผ่อน กึ่งรีสอร์ท
บรรยากาศในสวนร่มรื่นชวนนั่งมาก เพราะเป็นสไตล์บาหลีกึ่งรีสอร์ท เน้นความโปร่งสบายอากาศถ่ายเทได้สะดวก ต้นไม้ที่ใช้ก็จะผสมผสานคละเคล้ากันไปแต่จะจัดวางแบบโปร่งๆ ไม่หนาแน่น เพื่อให้ลมสามารถพัดเข้าออกบ้านได้สบายๆ "ตอนแรกก่อนที่จะทำสวนนั้นจี๊ดจะจ้างช่างรับเหมามาจัด แต่เค้าคิดราคาแพงเกินไปตั้ง 800,000 แน่ะ ซึ่งจี๊ดดูคร่าวๆ แล้วมันไม่น่าจะถึง ก็เลยตัดสินใจลงมือทำเองดีกว่าหมดไปแค่ 300,000 กว่าบาทเอง คือพวกต้นไม้ใหญ่จี๊ดจะเป็นคนเลือกเอง ส่วนไม้เล็กกับไม้คลุมดินก็ให้เค้าเลือกให้ ซึ่งต้นไม้ส่วนใหญ่จี๊ดก็จะไปหาซื้อมาจากแถวๆ ถนนเลียบคลองรังสิต-นครนายกค่ะ ส่วนสระน้ำนี่ก็ใช้บริการช่าง ราคาก็สูงใช้ได้เลยล่ะหมดไปประมาณ 1 ล้านต้นๆ เห็นจะได้ ช่างเค้าบอกว่ามันแพงตรงระบบไหลเวียนของน้ำซึ่งมันไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำบ่อยๆ เพราะระบบมันทำการเปลี่ยนถ่ายเองในตัวมันเองแล้ว" บ้านคือชีวิต ชีวิตก็คือบ้าน ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนถ้าอยู่แล้วทำให้เราสบายใจและรู้สึกได้ถึงรสสัมผัสของการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง ก็เป็นการใช้ชีวิตที่คุ้มค่าแล้วล่ะ

บรรยายภาพ
1. คุณจี๊ด กับมุมใส่รองเท้าน่ารักๆ ชุดเก้าอี้ไม้ทรงเตี้ยได้มาจากทางเหนือ ตัวหนึ่งมีพนักพิง อีกตัวเป็นทรงกลมไม่มีพนักพิงฉลุลายงดงาม เมื่อนำมาทำเบาะใหม่แล้วหุ้มด้วยผ้าไหมสีแดงเลือดนกก็หรูขึ้น ด้านหลังเป็นตู้รองเท้าบิวท์อินเต็มพื้นที่ของผนัง ตัวประตูเป็นบานเลื่อน เพิ่มความสวยงามด้วยแผ่นไม้สีทองฉลุลายแบบไทยๆ

2. ห้องรับแขกแบบเป็นทางการตกแต่งอย่างเรียบง่าย โปร่ง สว่างกับบานหน้าต่างกระจกใสทรงสูงโดยรอบ คลุมทับด้วยผ้าม่าน 2 ชั้น สีขาวโปร่งกับผ้าไหมสีเลือดหมูเข้ม ชุดเฟอร์นิเจอร์หวายสีเข้มตัวเบาะหุ้มด้วยผ้าสีดำ กับชุดโคมไฟขนาดใหญ่ห้อยพู่สไตล์จีนที่สั่งทำมาจากเชียงใหม่ ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว

3. ห้องอาหารบรรยากาศเลิศกับธรรมชาติภายนอกผ่านผนังกระจกใสบานใหญ่ โคมไฟสีแดงรูปทรงแปลกตากับชุดโต๊ะอาหารสั่งทำมาจากทางเหนือ เป็นไม้สักแท้ TOP ด้านบนกรุด้วยไม้ไผ่ เก้าอี้บุด้วยผ้าไหมจากจิมทอมป์สัน ด้านในเป็นส่วนของห้องครัวสไตล์โมเดิร์น มีเคาน์เตอร์สีขาว ด้านหน้ากรุด้วยกระจกเท็มเปอร์กั้นแบ่งแยกพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน

4. ตัวบันไดแบบเปิดโล่ง ไม่มีราวจับ สร้างแสงเงาด้วยไฟดาวน์ไลท์ดวงเล็กๆ เป็นส่วนที่เจ้าของบ้านรื้อทำใหม่หมด เพราะไม่ต้องการให้เป็นกรอบสี่เหลี่ยมแบบล้อมคอก

5. ห้องดูโทรทัศน์ถูกแบ่งแยกอย่างเป็นสัดส่วน ภายในตกแต่งแบบสบายๆ ด้วยชุดโซฟาตัวยาวกับโต๊ะกลางบุด้วยผ้ากำมะหยี่สีเขียวตอง ผนังส่วนหนึ่งกรุด้วยวอร์เปเปอร์ที่ทำจากเยื่อไม้ อีกส่วนติดด้วยกระจกใสบานใหญ่เพื่อให้มองเห็นบรรยากาศของสวนภายนอก

6. ฝั่งตรงข้ามกับชุดโซฟาในห้องดูทีวี บิวท์อินผนังเป็นชั้นวางทีวีและตู้ใส่ของแบบเต็มพื้นที่มีประตูบานเลื่อนที่สามารถเปิดปิดได้เมื่อต้องการ ตัวประตูฉลุลวดลายจีนตามแบบฉบับที่เจ้าของบ้านชื่นชอบ

7. ช่องทางพักระหว่างบันได ตกแต่งผนังแบบเต็มพื้นที่ด้วยกระจกเงาล้อมกรอบด้วยโมเสกสลับลาย เพดานทรงสูงติดด้วยโคมไฟสีแดงดำสไตล์จีนขนาดใหญ่ที่สั่งทำจากเชียงใหม่ มุมบันไดชั้นบนจัดวางด้วยเก้าอี้เดย์เบสแบบไทยที่หุ้มด้วยผ้าไหมสีม่วง

8. ห้องน้ำสำหรับแขกชั้นบนบ่งบอกความชอบของเจ้าของบ้านได้เป็นอย่างดี ด้วยสไตล์จีนจ๋า พื้น, ผนัง และเคาน์เตอร์ปูด้วยหินแกรนิตสีดำเงา เคาน์เตอร์ด้านล่างมีตู้เก็บของไม้สีเข้มผสมสีแดงสดแกะลายแบบจีน ผนังประดับด้วยกระจกเงาบานใหญ่ในกรอบไม้สีแดงตัดกับสีทอง มีภาพเขียนผู้หญิงจีนสีสดวางอยู่ที่ผนังเหนือโถสุขภัณฑ์ กับของตกแต่งกุ๊กกิ๊กสไตล์จีนอีกเล็กน้อย

9. มุมนั่งเล่นในห้องนอน โดดเด่นด้วยผนังสีแดงสดที่วาดลวดลายเป็นภาพต้นโพธิ์สีทองอร่ามซึ่งเป็นประตูบานเลื่อนกั้นแยกส่วนของห้องน้ำและห้องแต่งตัวที่ปรับเปลี่ยนมาจากห้องนอนตามฟังก์เดิมของบ้าน ตกแต่งด้วยชุดเก้าอี้ไม้แบบไทยบุด้วยผ้าฝ้ายสีขาวเป็นที่สำหรับนั่งดูโทรทัศน์และนั่งพักผ่อนแบบสบายๆ

10. อีกมุมหนึ่งของห้องนอนหลังประตูบานเลื่อนจะมองเห็นเตียงนอนไม้สักหลังใหญ่คลุมด้วยผ้าสีขาว ปลายเตียงมีหีบไม้แบบโบราณวางอยู่ 2 ใบ ผนังด้านข้างเป็นสีทอง ผนังหัวเตียงบุด้วยผ้าไหมสีม่วง ตรงกลางติดด้วยแผ่นไม้สีทองฉลุลายแบบไทย 2 ข้างเป็นบานเลื่อนที่สามารถเปิดหน้าต่างรับแสงภายนอกได้

11. ห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ตกแต่งแบบผสมผสานระหว่างไทยกับจีน ผังห้องทรงแปดเหลี่ยม บานหน้าต่างติดด้วยมูลี่ไม้ รอบผนังตรงกลางฝังไฟนีออนเพื่อเล่นแสง ด้านบนมีช่องแสงสี่เหลี่ยม 4 ช่องกรุด้วยกระจกใส เพดานติดด้วยโคมไฟขนาดใหญ่สไตล์จีน พื้นปูด้วยหินแกรนิตสีดำเงาสลับกับไม้ มีหินกรวดสีขาวโรยอยู่โดยรอบ แบ่งแยกพื้นที่การใช้งานของแต่ละส่วนไว้ได้อย่างลงตัว

12. ห้องแต่งตัวขนาดใหญ่ ร้อนแรงด้วยผนังสีแดงบานเย็น ผนังส่วนหนึ่งติดด้วยกระจกเงาบานใหญ่ในกรอบไม้สีเข้ม สำหรับสำรวจความเรียบร้อยก่อนออกจากบ้านได้อย่างละเอียด เพดานติดด้วยแชนเดอเลียร์สไตล์วิคตอเรียนสีดำ รอบห้องบิวท์อินเป็นตู้เสื้อผ้าแบบเปิด เพิ่มโต๊ะกลางสีบานเย็นสดไว้ตรงกลาง

13. พื้นที่ทางเดินข้างบ้านจัดแต่งเป็นสวนแบบง่ายๆ พื้นปูด้วยหินกรวดสีน้ำตาลอ่อนมีแผ่นไม้เก่าสลับเป็นทางเดิน ปลูกด้วยไม้ใบหลากหลายชนิด ติดกำแพงปลูกด้วยต้นไผ่ทรงสูงเรียงตามแนวรั้วเพื่อบังสายตาคนภายนอก

14. ภายในมุมหนึ่งของสวนหน้าบ้านมีมุมนั่งเล่นเล็กๆ จัดวางด้วยเก้าอี้ไม้เก่า ปูพื้นด้วยหินศิลาแลง ด้านหน้าปูหญ้ามาเลย์ ด้านหลังก่อเป็นกำแพงกรุด้วยไม้เทียมสีน้ำตาลเข้ม ตรงกลางเจาะเป็นช่องสี่เหลี่ยมติดไฟดาวน์ไลท์ เป็นที่สำหรับวางของตกแต่ง 2 ข้างปลูกด้วยไม้ใบสีเขียวขจีดูสดชื่นและเป็นธรรมชาติยิ่งนัก

15. สระว่ายน้ำราคา 1 ล้านต้น ๆ ตกแต่งสไตล์กึ่งรีสอร์ทเน้นความโปร่งโล่งสบายเข้าถึงธรรมชาติ กำแพงด้านในกรุด้วยแผ่นไม้สีโอ๊คเข้ม จัดวางเตียงไม้ที่สั่งทำขึ้นใหม่ตัวโครงเป็นไม้นำเข้ามาจากปากีสถาน ส่วนที่นั่งสานมาจากหนังอูฐ คลุมด้วยผ้าไหมสีส้ม

16. อีกด้านหนึ่งของสระที่สัมผัสธรรมชาติได้เต็มที่ กำแพงกรุด้วยหินเทียม ด้านล่างก่อเป็นบ่อน้ำตกด้วยปูนขัดมันสีเหลืองอิฐ กลางบ่อวางด้วยกระถางน้ำล้นสีน้ำตาลเข้มขนาดใหญ่ และปลูกต้นลีลาวดีสลับระหว่างช่อง