เมื่อเข้าสู่ตัวบ้านชั้นล่างสุดจะพบห้องรับประทานอาหารและครัวเป็นอันดับแรก ออกแบบให้พื้นที่ต่อเนื่องกัน โดยมีแผงกระจกลามิเนตกรุผ้าโปร่ง และซุ้มทางเข้าทำด้วยแผ่นไม้ ทำหน้าที่แบ่งพื้นที่ทั้งสองให้เป็นสัดส่วน
มุมรับประทานอาหาร ออกแบบที่นั่งด้านหนึ่งเป็นแบบบิลท์อิน หุ้มเบาะสีขาว อีกด้านเป็นเก้าอี้ตัวเดี่ยวของ แบรนด์ ODST (โทรศัพท์ 0-2203-1228)คู่กับโต๊ะกรุกระจกใสที่ดูไม่ทึบตัน ให้ความรู้สึกสบายและเป็นกันเอง สามารถใช้ประโยชน์เป็นมุมรับแขกอย่างไม่เป็นทางการได้ด้วย
 

 

จากส่วนครัวออกไปสู่ที่ว่างหลังบ้าน ใช้ประโยชน์เป็นลานตากเสื้อผ้า ขณะเดียวกันก็ออกแบบเป็นมุมสวนเล็กๆให้ดูสวยงาม โดยทำระแนงไม้ตีปิดมุมมองจากบ้านที่ติดกัน ทำกระบะปลูกต้นไผ่สีทองและเฟิน เพิ่มความรู้สึกสดชื่นและใกล้ชิดธรรมชาติ

 

 

 
มุมรับแขก-พักผ่อนบริเวณชั้นสอง เป็นพื้นที่เปิดโล่งจนถึงชั้นสาม เจ้าของบ้านเลือกตกแต่งมุมนี้ด้วยโทนสีเขียวตัดกับสีแดงของไม้เชอร์รี่ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากสถานที่ที่ประทับใจ การทาสีผนังขนาดใหญ่ด้วยสีเข้ม ทำให้ห้องขนาดใหญ่ดูอบอุ่น ไม่โล่งเกินไป ออกแบบตู้บิลท์อินติดผนัง ตามลักษณะการใช้งาน ทำให้เกิดเส้นสายบนผนังที่ดูน่าสนใจ บวกกับภาพเขียนติดผนังที่ช่วยสร้างเรื่องราว โดยมีโคมไฟทำจากไม้วีเนียร์ของร้าน Touchable(โทรศัพท์ 0-2892-8606)สร้างความต่อเนื่องให้กับพื้นที่ทั้งสองชั้น
 
 

 
 
                                          
 
 
 
 
 
 
 
 
 
หน้าต่างทรงสูงในส่วนที่เป็นดับเบิ้ลสเปซช่วยให้บ้านดูสว่าง ไม่ต้องเปิดไฟในบ้านตอนกลางวัน ประกอบกับการตกแต่งภายในแบบเรียบเท่ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นบ้านลอฟท์ในตึกเก่ากลางมหานครนิวยอร์ก โซฟาหนังสีดำกลางห้องเลือกแบบพนักเตี้ย เนื่องจากไม่ต้องการให้พนักดูสูงเกะกะสายตา
 
อีกด้านหนึ่งของชั้นสอง ออกแบบเป็นห้องอเนกประสงค์ ตอนกลางวันใช้เป็นห้องเล่นของลูกชาย และออกแบบให้มีเตียงพับเก็บได้คู่กันสองเตียง โดยสามารถเลื่อนประตูระแนงไม้มาปิด กลายเป็นห้องรับรองคุณปู่คุณย่า หรือเป็นห้องนอนแขก อุปกรณ์สำหรับเตียงพับเก็บได้สามารถสอบถามที่ HAFELE(โทรศัพท์ 0-2741-7171)
 
ชั้นสามจัดเป็นส่วนทำงานของคุณอุ้ยและคุณเรด โดยทำเป็นโต๊ะบิลท์อินติดผนัง มีตู้เก็บของคั่นกลาง ซึ่งฝาตู้สามารถเปิดลงมาเพิ่มพื้นที่หน้าโต๊ะได้ โดยมีลิ้นชักล้อเลื่อนด้านล่างทำหน้าที่เป็นขาโต๊ะ
 
ชั้นสามจัดเป็นส่วนทำงานของคุณอุ้ยและคุณเรด โดยทำเป็นโต๊ะบิลท์อินติดผนัง มีตู้เก็บของคั่นกลาง ซึ่งฝาตู้สามารถเปิดลงมาเพิ่มพื้นที่หน้าโต๊ะได้ โดยมีลิ้นชักล้อเลื่อนด้านล่างทำหน้าที่เป็นขาโต๊ะ
 
ห้องนอนใหญ่ เน้นบรรยากาศอบอุ่นน่าผ่อนคลายด้วยสีเอิร์ธโทน แผงเหนือหัวเตียง ออกแบบเป็นผนังทึบบางส่วน โดยเว้นขอบบนและด้านข้างไว้กรุกระจกเงา ลวงตาให้ห้องดูกว้างและมีมิติมากขึ้น มีกล่องไม้กรุวีเนียร์ สำหรับวางของตกแต่ง โดยซ่อนไฟไว้ด้านหลัง ช่วยให้กล่องดูเหมือนลอยออกจากผนัง
 
ห้องพระที่ต่อเนื่องจากส่วนทำงาน เป็นส่วนที่ต่อเติมใหม่ทั้งหมด โดยใช้โครงสร้างเหล็ก แล้วปูพื้นไม้ ราวกันตกออกแบบใหม่ให้ดูเรียบขึ้น ด้วยแผ่นกระจกใสและไม้ ริมผนังทำเป็นชั้นวางหนังสือ สังเกตที่ฝ้าเหนือราวกันตก ติดตั้งม่านม้วนที่สามารถดึงลงมาปิดได้ หากต้องการเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือปิดบังมุมมองจากชั้นล่าง
ใจกลาง กลางใจ
 

ครอบครัวเล็กๆประกอบด้วยคุณพ่อคุณแม่วัยหนุ่มสาวและลูกชายวัยกำลังซน คุณอุ้ย-สรรเสริญ
คุณเรด-ญัฐชนัญ และน้องริว เกียรติสุไพบูลย์ ก็เป็นอีกครอบครัวหนึ่งที่มองหาบ้านในเมือง เพื่อเริ่มต้นชีวิตร่วมกัน จนในที่สุดตัดสินใจเลือกทาวน์เฮ้าส์ในหมู่บ้านกลางซอยทองหล่อ ซึ่งสะดวกทั้งในแง่การเดินทาง และตอบสนองความต้องการในการใช้พื้นที่
 
"ตอนแรกเราก็ดูระหว่างทาวน์เฮ้าส์กับคอนโด แต่คิดว่าทาวน์เฮ้าส์น่าจะเหมาะกับวิถีชีวิตของคนไทยมากกว่า อีกทั้งการอยู่คอนโด เราต้องใช้ผนังร่วมกับคนอื่นทุกด้าน ทั้งด้านข้างซ้ายขวาและด้านบนด้านล่าง เวลามีปัญหาอะไรก็อาจซ่อมแซมลำบาก และในราคาเท่าๆกัน ทาวน์เฮ้าส์ได้พื้นที่ใช้สอยมากกว่า รวมถึงที่ดินที่จะเป็นส่วนตัวของเราด้วย พอมีที่ให้ลูกวิ่งเล่นได้ ไม่ต้องแชร์ทุกอย่างกับคนอื่น ส่วนทำเลก็เลือกที่เข้าถึงรถไฟฟ้าได้สะดวก เพราะเราไม่อยากใช้รถสองคัน ก็เลยตัดสินใจเลือกที่นี่"
 
แม้ว่าเมื่อมาอยู่จริง จะพบปัญหาที่ไม่ได้คาดการณ์ไว้ล่วงหน้า โดยเฉพาะเรื่องความสูงของบ้านที่มีหลายชั้น ทำให้คุณเรดที่ต้องดูแลลูกชายวัยซนทั้งวันอาจรู้สึกเหนื่อยกับการขึ้นลงบันไดไปบ้าง แต่ทั้งคู่ก็ช่วยกันปรับปรุงและตกแต่งบ้านหลังนี้จนกลายเป็นบ้านในฝันอย่างที่เห็น โดยคุณอุ้ยซึ่งเป็นสถาปนิก รับหน้าที่ดูแลด้านโครงสร้างในส่วนที่ต้องต่อเติมหรือรื้อทิ้ง ส่วนคุณเรดก็ใช้วิชามัณฑนศิลป์ในส่วนของการตกแต่งภายใน โดยหลักๆแล้ว เน้นการปรับตำแหน่งของพื้นที่ใช้สอยให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น เช่น จากเดิมที่ห้องครัวอยู่ชั้นสอง ก็เปลี่ยนมาไว้ชั้นล่างซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของห้องแม่บ้าน เพื่อให้ต่อเนื่องกับห้องรับประทานอาหาร แล้วใช้พื้นที่ครัวเดิมบนชั้นสองจัดเป็นห้องพักผ่อนของลูกชายแทน
 
สังเกตได้ว่า การออกแบบบ้านหลังนี้ เน้นการจัดสรรพื้นที่ให้เกิดประโยชน์ใช้สอยเต็มที่และคำนึงถึงความต่อเนื่องในการใช้งานเป็นสำคัญ โดยใช้ลูกเล่นเล็กๆน้อยๆเพื่อปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น โต๊ะพับเก็บได้ที่มุมทำงาน  หรือเตียงพับในห้องอเนกประสงค์เพื่อปรับเป็นห้องนอนยามคุณปู่คุณย่ามาเยี่ยมได้  ไอเดียช่างคิดเหล่านี้เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับบ้านใจกลางเมืองของครอบครัวคนรุ่นใหม่ ที่เป็นได้ทั้งโฮมออฟฟิศ สนามเด็กเล่นของลูก  และยังสามารถปรับเปลี่ยนกลายเป็นบ้านศูนย์รวมจิตใจสำหรับครอบครัวขยายได้อย่างง่ายดาย

เรื่อง : "ภัทรสิริ อภิชิต"
ภาพ : ปิยะวุฒิ ศรีสกุล
เจ้าของ-ออกแบบ : คุณญัฐชนัญ - คุณสรรเสริญ เกียรติสุไพบูลย์