









หากดูจากภายนอก บ้านของคุณชาลส์ก็มีลักษณะเหมือนบ้านทั่วไปในเมืองนี้ คือมีด้านหน้าแคบ อยู่ติดถนน มีระเบียงอยู่ด้านหน้า ตัวบ้านก่ออิฐถือปูน หลังคาเป็นกระเบื้องดินเผา ถ้าไม่บอกก็แทบจะแยกไม่ออกว่าบ้านหลังไหนเป็นบ้านฝรั่ง "ผมไม่ได้คิดจะมาสร้างปราสาทใหญ่โต บ้านพักร้อนที่ไม่มีกำหนดออกต่างหากที่ผมต้องการ" คุณชาลส์อธิบายขณะพาเราเดินเข้าไปภายในบ้าน ซึ่งไม่รู้สึกคับแคบและยังเย็นสบายกว่าที่เราคิด แม้ตัวบ้านจะมีขนาดเล็ก แต่การมีเพดานสูงและการใช้โทนสีขาวช่วยทำให้บ้านดูโปร่ง ถึงจะมีหน้าต่างน้อย แต่ก็อาศัยการถ่ายเทอากาศผ่านคอร์ตยาร์ดกลางบ้าน แสงแดดในช่วงบ่ายที่น่าจะทำให้บ้าน(ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ)ร้อนก็มีไม้ระแนงสีขาวและต้นไม้หน้าบ้านช่วยกรองแสงให้ สระว่ายน้ำในคอร์ตยาร์ดที่มาแทนที่สนามหญ้าก็ช่วยให้ไอเย็นๆ และกลายเป็นจุดเด่นของบ้าน เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าภายในบ้านชั้นเดียวหลังเล็กๆจะมีสระว่ายน้ำได้
การตกแต่งก็ใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าๆซึ่งนำมาทำผิวใหม่จนสวย เครื่องเงินและเซรามิคสไตล์อังกฤษตลอดจนตะเกียงและเชิงเทียนเก่าๆที่เจ้าของสะสมเพราะความชอบวางประดับอยู่เต็มบ้าน พื้นก็เป็นเพียงปูนทาอีพ็อกซีสีขาว ทำความสะอาดง่าย และเนื่องจากมีพื้นที่จำกัด(และมีของเต็มบ้าน)คุณชาลส์จึงต่อเติมบนหลังคาห้องครัวให้เป็นระเบียงนั่งเล่น "บ้านนี้ไม่ค่อยมีที่เดินมากมาย แต่ข้างนอกมีทิวทัศน์ที่งดงามไม่แพ้ที่ไหนในโลกรอเราอยู่ สถาปัตยกรรมต่างๆก็ล้ำค่า จะมัวเดินป้วนเปี้ยนอยู่ในบ้านทำไม" ไม่น่าเชื่อว่าคุณชาลส์ยังตื่นเต้นไม่หาย แม้จะอยู่ที่นี่มาได้สองทศวรรษแล้วก็ตาม
"ผมซื้อบ้านหลังนี้ในราคาไม่กี่แสนบาท และใช้เงินในการบำรุงเป็นสามเท่า ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดเรื่องเงินๆทองๆเท่าไร แต่ตอนนี้ต้องบอกว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มที่สุดในชีวิต เพราะถ้าวันนี้คุณอยากได้บ้านเล็กๆในกอลล์ ฟอร์ตที่ซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว คุณต้องมีเงินเกินห้าล้านบาท" คุณชาลส์เล่าเรื่องการพักร้อนชั่วคราวที่กลายเป็นการย้ายถิ่นฐานแบบถาวรต่อว่า บ้านสวยงามมากมายในเมืองนี้ทำให้เขาตัดสินใจทิ้งอาชีพการแสดง แล้วผันตัวเองมาเป็นนักออกแบบตกแต่ง นักซ่อมแซมบ้านเก่า "ตอนแรกก็เกรงว่าจะมีการต่อต้านการเข้ามาของคนต่างชาติ เพราะเราทำให้ราคาบ้านและที่ดินแถวนี้แพงเกินไปสำหรับคนท้องถิ่น แต่ถ้าคุณได้พูดคุยกับชาวบ้าน พวกเขาจะต้อนรับเป็นอย่างดี เพราะเขารู้ว่าการท่องเที่ยวช่วยสร้างงาน ไม่ต้องย้ายไปหางานในเมืองใหญ่ เงินภาษีต่างๆที่รัฐเก็บได้จากการลงทุนก็จะนำไปใช้ซ่อมแซมถนนหนทาง" เราลองไปถามคนที่นี่และได้รับคำตอบว่า การพัฒนาที่ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สไตล์โคโลเนียลเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับเมืองนี้ การท่องเที่ยวที่ทำให้ชีวิตของคนที่นี่ดีขึ้นโดยไม่ทำลายสภาพแวดล้อมหรือโบราณสถานก็ไม่ใช่เรื่องผิด
การคืนชีพให้บ้านเก่าๆในช่วงหลายปีที่ผ่านของคุณชาลส์ มีส่วนทำให้เมืองเล็กๆแห่งนี้เป็นที่รู้จักในวงการท่องเที่ยวแบบผจญภัยไปทั่วโลก บางแห่งทำเป็นโรงแรมเล็กๆหรือปล่อยให้เช่าเมื่อเจ้าของบ้านไม่อยู่ ปัจจุบันคนต่างชาติ (โดยมากเป็นพวกนักธุรกิจที่ทำงานในเอเชีย) ที่ค้นหาความสงบเหมือนคุณชาลส์เข้ามาเป็นเจ้าของบ้านพักร้อนกว่า 40 หลังในกอลล์ ฟอร์ต "แต่ของผมไม่เหมือนใคร บ้านหลังนี้คือบ้านพักร้อนตลอดกาล เพราะผมไม่กลับหรือย้ายไปไหนอีกแล้ว"













