ผมได้รับโทรศัพท์จากผู้อ่านท่านหนึ่ง โทร.มาด้วยอาการร้อนใจพอสมควร เพราะตัวเองต้องการสร้างบ้านทรงไทย แต่ไปอ่านเจอในตำราฮวงจุ้ยบอกว่า บ้านลักษณะที่ใต้ถุนสูงไม่ดี จึงเกิดความสับสนว่า ควรจะสร้างบ้านทรงไทยดีหรือไม่
ความจริงแล้วบ้านทรงไทยในตำราฮวงจุ้ยไม่มีระบุเอาไว้ เพราะในเมืองจีนสมัยก่อน คงจะไม่มีบ้านแบบนี้ให้เห็นกัน แต่ในตำราระบุเอาไว้ว่า แบบบ้านในลักษณะที่มีใต้ถุนสูงจะเข้าลักษณะร้าย เพราะถือว่ารากฐานของบ้านไม่มั่นคง เป็นขาแมลง อยู่แล้วหาความเจริญยาก
ตำราเค้าว่าเอาไว้อย่างนั้น ก่อนอื่นคงต้องความเข้าใจกันก่อนว่า บทบัญญัตินี้ถูกตั้งขึ้นโดยยึดชัยภูมิ สภาพอากาศของเมืองจีนเป็นหลัก ไม่ใช่เมืองไทย เพราะฉะนั้น การจะนำหลักฮวงจุ้ยมาใช้ในเมืองไทย จะต้องปรับให้สอดคล้องกับชัยภูมิและภูมิอากาศของเมืองไทยด้วย ไม่ใช่พิจารณาเพียงของบัญญัติเพียงอย่างเดียว
"บ้านทรงไทย" ที่มีใต้ถุนสูงนั้น ถือว่าเหมาะกับเมืองไทยอย่างยิ่ง เหตุผลก็เพราะเมืองไทยเป็นเมืองร้อน บ้านที่มีใต้ถุนสูงจะทำให้ลมไหลผ่านได้เป็นอย่างดี ทำให้บ้านเย็นสบาย ไม่ร้อน เวลาน้ำท่วม ตัวบ้านก็ไม่เสียหาย เมืองไทยเป็นที่ลุ่ม น้ำท่วมบ่อย จึงถือว่าเหมาะที่สุดสำหรับการทำเป็นบ้านอยู่อาศัย
แต่ถ้าไปสร้างบ้านทรงไทยในเมืองจีน มีหวังคนในบ้านเจ็บป่วยกันตลอดปี เพราะเจอ อิทธิพลของลมหนาวที่พัดเข้าบ้านมากเกินไป คนจีนกลัวลมหนาวมากที่สุด ลมหนาวจะนำความแห้งแล้ง และความเจ็บไข้ได้ป่วยมาให้ แบบบ้านของคนจีนสมัยก่อน จึงนิยมสร้างบ้านชั้นเดียว สี่เหลี่ยมเต็มเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับลมโดยตรง บ้านที่สูงและโปร่ง จะรับลมได้ดี จึงไม่เหมาะกับสภาพภูมิอากาศในเมืองจีน
แต่สำหรับคนไทยแล้ว ต้องการบ้านที่รับลมเต็มที่ เพราะฉะนั้นการพิจารณาเรื่องของหลักฮวงจุ้ย จึงต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมของแต่ละสถานที่ด้วย ไม่ใช่ยึดหลักตายตัวเสมอไป
คงพอเข้าใจแล้วนะครับ การนำหลักฮวงจุ้ยมาใช้โดยไม่มีการปรับในสอดคล้องกับสภาพจริง เป็นเรื่องที่คนเข้าใจผิดกันมาก หลายครั้งหลายหนที่ผมต้องมานั่งตอบคำถามเหล่านี้ ความจริงแล้วหลักวิชาฮวงจุ้ยสามารถนำไปปรับใช้ได้ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหน ถ้าเราเข้าใจและรู้หลักของฮวงจุ้ยจริง การยึดเพียงข้อบัญญัติอาจทำให้ผิดพลาดได้
![]() |
| บ้านทรงไทย เป็นแบบบ้านใต้ถุนสูงที่รับลมได้ดี เหมาะกับอากาศร้อนของเมืองไทย ไม่เหมาะกับเมืองจีนที่มีอากาศหนาวเย็น |
บ้านทรงไทย เหมาะที่จะสร้างในพื้นที่ดินกว้างๆ เพราะแบบบ้านต้องการลมวิ่งผ่าน ถ้าสร้างในพื้นที่แคบๆ หรือบริเวณโดยรอบๆเต็มไปด้วยสิ่งปลูกสร้าง ก็จะทำให้บ้านอับลม ไม่เป็นผลดีกับบ้านแบบนี้ ถ้าลองสังเกตดู บ้านทรงไทยจะไม่นิยมสร้างในเมืองหลวง เพราะมีสิ่งปลูกสร้างมาก ยกเว้นว่าจะมีที่ดินมากๆ เท่านั้น
การปลูกบ้านทรงไทย จึงมักจะเลือกวางตัวบ้านหันไปทางทิศใต้ เพื่อรับลมโดยตรงในฤดูร้อน บ้านทรงไทยจะใช้ไม้ในการสร้างบ้านเป็นหลัก ไม่ใช่บ้านปูน การรับแสงแดด บ้านไม้จะดีกว่าบ้านปูน เพราะไม่สะสมความร้อน แต่เดี๋ยวนี้มีการสร้างบ้านทรงไทยแบบประยุกต์ มีการเอาปูนเข้ามาผสมผสานกับไม้ ใต้ถุนสูงแทนที่จะปล่อยโล่งก็ทำเป็นห้อง อย่างนี้ถือว่า ไม่ใช่บ้านทรงไทยแท้ เพราะลมไม่วิ่งผ่าน ซึ่งอาจจะก่อสภาพอุดตันได้ง่าย กลายเป็นเรื่องเสียมากกว่าดี
ลักษณะเด่นอีกประการหนึ่งของบ้านทรงไทยคือ มีหน้าต่างค่อนข้างจะมากเพื่อรับลมได้รอบบ้าน แต่ถ้าใครไปอ่านตำราฮวงจุ้ย อาจจะเจอข้อห้ามเรื่องหน้าต่างห้ามมีมากจนเกินไป เพราะจะทำให้ชี่ไหลออกได้ง่าย ไม่สามารถกักเก็บเอาไว้ในบ้านได้ ก็อย่างเพิ่งตกใจไป เพราะเหตุผลจริงๆแล้ว ก็มาจากเรื่องของลมนั่นเอง เมืองจีนกลัวลมหนาว จึงไม่นิยมทำหน้าต่างหลายบาน ส่วนเมืองไทยต้องการลม จึงกลายเป็นข้อยกเว้นที่สามารถทำได้
อีกเรื่องหนึ่ง ที่มีคนถามกันมากก็คือ เรื่องของหลังคา บ้านทรงไทยหลังคาจะเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมเทออกสองด้านและค่อนข้างลาดชัน ซึ่งลักษณะแบบนี้ถือว่า ผิดหลักฮวงจุ้ยเหมือนกัน เพราะในตำราบอกว่า น้ำจะไหลผ่านหลังคาอย่างรวดเร็ว "น้ำ" ในทางฮวงจุ้ยหมายถึงโชคลาภ เงินทอง น้ำที่ไหลเร็วจะทำให้บ้านนั้นไม่สามารถกักเก็บทรัพย์เอาไว้ได้ หลังคาที่ถูกลักษณะฮวงจุ้ยจึงนิยมใช้ทรงหลังคาแบบปันหยาที่เทออกสี่ด้านและไม่ลาดชันจนเกินไป เพื่อชะลอกระแสน้ำไม่ให้ไหลเร็วจนเกินไป นั่นเอง
![]() |
| หลังคาทรงไทยเทออกสองด้าน ส่วนหลังคาปันหยาเทออกสี่ด้าน |
ถ้าถามผมเรื่องของหลังคาทรงไทย ผมว่าไม่ผิดหรอกครับ เพราะเมืองไทยฝนตกชุก หลังคาที่ออกแบบมาเพื่อให้ระบายน้ำได้เร็วก็ต้องทรงนี้แหละ ยิ่งเดี๋ยวนี้คนใช้น้ำประปาแทนน้ำฝน เรื่องกักเก็บน้ำฝนเอาไว้ใช้แทบจะไม่มีใครทำกันอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องเก็บน้ำ ไม่เหมือนสมัยก่อน
ปัจจุบัน แบบบ้านส่วนใหญ่จะนิยมสร้างในสไตล์ของบ้านฝรั่ง ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากวัฒนธรรมตะวันตก เพราะสร้างง่ายกว่า และราคาก่อสร้างไม่สูงมากเหมือนบ้านทรงไทย การสร้างบ้านทรงไทยจึงไม่ค่อยนิยมสร้างกัน เนื่องจากราคาค่อนข้างจะสูง นั่นเอง
คนโบราณสมัยก่อนจึงมักระบุเอาไว้ว่า บ้านทรงไทยจะเหมาะกับพวกเจ้าขุนบุญนาย หรือผู้ที่มีบารมีสูง จะไม่เหมาะกับชาวบ้านทั่วไป ในทางฮวงจุ้ยเองก็มองว่า บ้านทรงไทย มีลักษณะเป็นธาตุไฟ คือมีจั่วสามเหลี่ยมเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นรูปทรงที่แรง เหมือนโบสถ์ ศาลาวัด ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับผู้ปฎิบัติธรรม เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ผู้ที่จะอาศัยอยู่ในบ้านรูปทรงธาตุไฟได้ จึงต้องเป็นผู้ที่มีบารมี หรือมีคุณธรรมสูง
เรื่องนี้ คงไม่ใช่หลักตายตัว เพียงแต่เป็นการเปรียบเทียบของคนสมัยก่อน ที่มองคนที่มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ มักจะอยู่บ้านทรงไทยหลังใหญ่กันทั้งนั้น สมัยนี้คนมีเงินมีบารมี มักจะอยู่ตึกใหญ่ หรือสร้างคฤหาสน์กันมากกว่า บ้านทรงไทยก็มีบ้างแต่น้อย เจ้าของบ้านจะต้องชอบแบบทรงไทยจริงๆ จึงจะสร้าง บางคนก็ไม่ชอบ บอกว่าไม่ทันสมัย เรื่องนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลก็แล้วกันครับ?















