งามสง่าแบบราชินี
จากต่างถิ่น รวมทั้งช่างฝีมือจากดินแดนต้นฉบับเข้ามามากมาย ยุคนี้จึงมีการรวมตัวของสไตล์หลากหลาย เช่น Classical Greek, Neo Baroque, Gothic, Colonial, Egyptian และสุดท้าย...Oriental style ด้วยความพร้อมทั้งช่างฝีมือ ,รูปแบบ และระบบอุตสาหกรรม ซะขนาดนี้ รูปแบบของ Victorian style จึงต้องตกแต่งกันอย่างหนักหน่วง เพื่อประกาศศักดาของความงามสง่า อุดมสมบูรณ์ พร้อมพรั่ง ร่ำรวย แห่งยุคสมัยอันรุ่งโรจน์

คอร์ดภายนอกที่ถูกโอบล้อมโดยส่วนต่างๆของบ้าน ทำให้เกิดพื้นที่ส่วนตัว หลบจากสายตาคนภายนอก และเป็นมุมมองและแสงสว่างให้กับส่วนต่างๆของบ้านได้อีกด้วย

บรรยายภาพ
1-4.ห้องโทนสีเข้ม ทึบ พร้อมการตกแต่งแบบเต็มพื้นที่ไม่มีเว้นวรรค เป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของรูปแบบ Victorian การเล่นสีหลักของห้องด้วยโทนเทาทึบ เช่น ผนังลายทาง พรมผืน และผ้าม่าน ให้บรรยากาศเคร่งขรึมแบบห้องสมุด - ห้องทำงาน ผสมกับเฟอร์นิเจอร์ลอยตัวที่มีความทึบ หนักไม่แพ้กัน ของโทนสีคู่ตรงข้าม เช่น โซฟาผ้าฝ้ายสีแดงทับทิม เข้าคู่กับเฉดสีออกแดงเข้มของเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่เน้นโชว์ลายไม้ให้อารมณ์โมเดิร์น แต่ยังคงมี Look ของไม้มาฮอกกานี หรือ วอลนัท แบบต้นตำรับ รายละเอียดตกแต่งต้องมีอยู่ทุกที่ตั้งแต่ฝ้าเพดานที่มีการดรอปฝ้าและกรุไม้รับกันกับพื้นไม้ที่ต้องมีการประดับด้วยพรมเพื่อให้ดูมั่งคั่ง สมบูรณ์ด้วยพรมเปอร์เซียหรือพรมแบบตะวันออกก็ได้ ผนังต้องไม่พื้นๆ นอกจากการใช้ Texture จากการเพ้นท์สี อาจใช้ wallpaper แบบกระดาษ หรือผ้าก็ได้แต่ให้มีเนื้อนูนซักหน่อย และตกแต่งเพิ่มด้วย Skirt ไม้ก็ครบสูตร

การจัดวางตำแหน่งของเฟอร์นิเจอร์ที่มีขนาดใหญ่ไว้ชิดผนัง ช่วยให้ห้องดูโปร่งเบาขึ้น ของประดับตกแต่งผนังเช่นกรอบรูปให้อารมณ์แบบ Antique ภาพประดับผนังออกแนวตั้งของตึกสูงให้อารมณ์เป็น Victorian แบบอเมริกัน ล้อกับลายทางของ wall paper เบรกด้วยลายขวางของม่านบานเกล็ดไม้ปรับแสงแบบโอเรียนทัล เพิ่มความหลากหลายที่กลมกลืนกันได้ของรูปแบบ

5-7.บ้านแบบ Victorian นั้นจะไม่ค่อยปล่อยผนังปูนโล่งๆไว้ซักเท่าไหร่ ต้องมีการกรุไม้แกะสลักเสลา หรือติด wall paper ผิวนูน หรืออย่างเบาสุดก็จะเป็นสีแบบ fresco พอเอามาใช้ในบ้านเราโดยเอาโมเดิร์นเข้าไปแตะนิด โอเรียนทัลเข้าไปผสมหน่อย เช่น ผนังกรุไม้สีอ่อนเช่นสีไม้สักธรรมชาติ เล่น pattern แกะสลักเบาๆตรงรอยต่อก็โก้พอ และไม่ดูมืดทึบแบบบ้านเมืองหนาว และที่สำคัญ แทนผ้าเนื้อหนาหนักเช่นผ้ากำมะหยี่ หรือผ้าสีเข้มจัด ด้วยการใช้ผ้าโปร่งเบาแบบผ้ามัสลิน ผ้าไหมแก้ว หรือผ้าฝ้าย สำหรับม่านก็จะยิ่งเหมาะกับบ้าน Victorian สำหรับเมืองร้อนยิ่งขึ้น

การประดับประดาตกแต่งฝ้าเพดานในบริเวณโถงสูงสองชั้นโดยใช้ไม้จัด pattern แบบโมรอกกันบนพื้นสีดำ ช่วยขับลวดลายได้ชัดเจนขึ้น ดูหรูหรา และมีความเป็นต่างแดนผสมผสานตามแบบ Victorian โคมไฟใช้เป็นโคมหินอ่อนลายในเนื้อแทนโคมแบบกระเบื้องจีนก็ช่วยให้ได้แสงที่นุ่มนวลไม่แพ้กัน เฟอร์นิเจอร์และผนังกรุไม้ รวมไปถึงผนังบานเกล็ดไม้ที่ใช้กั้นห้อง สำหรับห้องนี้เน้นไม้สีอ่อนแบบเอเชียแถบร้อนชื้น พื้นกระเบื้องหินอ่อนสีออกขาวนวล ออกแนวโคโลเนียลทำให้โทนของห้องดูผ่อนคลาย และเย็นสบาย เหมาะแก่การนั่งจิบชาเฉื่อยแฉะชมน้ำพุในสวนเบื้องหน้า

8. ความขาวโปร่งเบาอาจทำให้พวกเราบางคนเข้าใจไปว่าคงจะหลุดสไตล์ไปแล้ว ในส่วนนี้ แต่จริงๆแล้ว โซฟาขนาดค่อนข้างใหญ่โชว์ขา ม่านโปร่ง หมอนลายดอกไม้ รวมไปถึงชุดน้ำชาเครื่องเงิน ทำให้ห้องนี้มีกลิ่นอาย Victorian ในแบบที่ชาวอังกฤษและอเมริกันเขาแต่งบ้านกันในฤดูร้อน โต๊ะกลางขาไม้ทำสีงาช้างที่ใช้ top เป็นถาดไม้ขอบสูง มีดีที่ดูโปร่งเบาและไม่ต้องกลัวของตกหล่นเปื้อนพรม

9-10.ห้องนอนที่ตกแต่งด้วยโทนสีน้ำตาลทองให้ความหรูหราสุขุมแบบมีรสนิยม ผนังหัวเตียงเป็นผ้าไหมสีทึบที่ให้ความเงาเหลือบคล้ายกำมะหยี่แบบอังกฤษล้อมกรอบด้วยไม้กลึงสีน้ำตาลเข้มเข้าชุดกับเครื่องนอนลายดอกไม้เถาที่ช่วยลดความหนักทึบให้ห้องดูเบาขึ้น เตียงไม้โชว์ลายเสี้ยนทำสีเข้มแบบมาฮอกกานี หัวเตียงสูงทำให้ดูสง่างามแบบราชินี โต๊ะข้างเตียงขอบมนทำสีแบบโบราณมีการเดินเส้น Veneer (inlay) เป็นรายละเอียดที่ถ้าเพ่งมองจะพบเสน่ห์น่ารักจุ๋มจิ๋มเพิ่มให้กับห้อง

ถัดมาทางด้านขวาของส่วนนอนเป็นส่วนนั่งทำงานที่เปิดโล่งเป็น Bay window เปิดเห็นวิวจากคอร์ดข้างล่าง ให้ความสว่างกับห้องโดยรวมและเหมาะเป็นที่นั่งทำงานเล็กๆน้อยๆ ชุดทำงานแบบบางเบาทำให้สามารถเปิดมุมมองจากส่วนนอนออกสู่ภายนอกได้

11-12.ห้องน้ำแสนหล่อเหลาสีขาว-ดำ ผสมไม้เป็นความเท่แต่ทว่านุ่มนวลและอบอุ่น มีส่วนอ่างอาบน้ำยื่นออกไปรับวิวรับแสง ตรง Bay window ที่เพิ่มความสดใส สว่างไสว และเซ็กซี่มิใช่น้อย บุคลิกครบเครื่องอย่างนี้ ยามค่ำคืนดับไฟจุดเทียน ขอสาวแต่งงาน สำเร็จแน่นอน